Congo, Africa ศรัทธาและสงคราม! ในความมืดยังมีแสงสว่าง! Up Date!

สาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก ประเทศที่อุดมด้วยทรัพย์กรธรรมชาติใจกลางทวีปแอฟริกา ย้อนเวลาไปสัก 100 ปีกว่า ยุคล่าอาณานิคม

หลังจากกษัตริย์เลโอที่ 2 แห่ง เบลเยี่ยม ยึดดินแดนอันกว้างใหญ่ใจกลางแอฟริกา ตั้งแต่ปี 1908 แล้ววันหนึ่งในปี 1960 เบลเยี่ยมก็คืนเอกราชให้กับคองโกอย่างกระทันหัน!

( ว่ากันว่าเมืองหลวงของเบลเยี่ยมสร้างขึ้นมาจากเหมืองเพชรแห่งคองโก!) รอยต่อของการเปลี่ยนแปลง คือ เกิดมีกบฏปูทางให้นายทหารหนุ่มนาม โมบูตู  เซเซ เซโก ก้าวสู่อำนาจ

เขาปกครองประเทศอยู่ถึง 32 ปี!!! จึงหมดอำนาจลง!!!  ปี 1994 ประเทศติดกัน “รวันดา” เกิดการฆ่าล้างเผ่าขึ้น ผู้ก่อเหตุก็ดันเข้ามาตั้งฐานที่มั่น ในภาคตะวันออกของคองโกเพื่อจู่โจมรวันดา ส่วนทาง รวันดา

ก็ตอบโต้ด้วยการไปชวน  ยูกันดา มาบุกคองโก ! ไล่ โมบูตู ออกจากตำแหน่งในปี 1997 แล้วก็แต่งตั้ง โลรอง กาบิลา เป็นประธานาธิบดีหุ่นเชิด ที่ไม่นานพวกที่แต่งตั้งก็ไม่พอใจ โลรอง ก็กลับมารุกรานคองโก

เป็นรอบที่ 2 !  คราวนี้, ไปดึงเอา สาธารณรัฐชาด นามิเบีย แองโกลา บุรุนดี ซิมบับเว มารบด้วย สงครามครั้งนั้นถึงกับถูกเรียกว่า “สงครามโลกครั้งที่ 1 แห่ง แอฟริกา”!!!

ในห้วงภาวะที่ไร้ขื่อแปรนั้นเอง กองทัพต่างชาติ และ กลุ่มกบฏ พากันยึดเหมืองหลายร้อยแห่ง … ซึ่งนั้นมีค่าเท่ากับเด็กติดยาที่มีปืน! และมี ATM อยู่ในมือ! กลุ่มกบฏซื้ออาวุธด้วยเงินที่ได้จากการขายเพชร

ทองคำ ดีบุก และแทนทาลัม ซึ่งมันคือ แร่ธาตุที่นำมาทำอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ! ที่ใช้กันอยู่ทั่วโลก!… คอมพิวเตอร์ โทรศัทพ์ กล้องถ่ายรูป อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ที่คุณ ใช้อยู่…อาจมีความเจ็บปวดของ

เพื่อนมนุษย์ชาวคองโกเป็นส่วนประกอบอยู่ภายใน!

( จากเหตุการณ์ดังกล่าว ทำให้ในราว ปี 2008 กลุ่มสิทธิมนุษย์ชนหลายกลุ่ม และสมาชิกรัฐสภาสหรัฐฯ ตั้งคำถามว่า ควรจะมีการชำระการค้า แร่ของคองโกให้สะอาดซะ! เพื่อเป็นการปิด ATM ของกลุ่มกบฏ!

ต่อมาในเดือนกรกฎาคม 2010  ประธานาธิบดีบารัคโอบามา ได้ลงนามในร่างกฎหมายปฏิรูปการเงินดอดด์-แฟรงค์ ซึ่งมีมาตราพิเศษว่า ด้วยแร่จากเหมืองที่ละเมิดสิทธิมนุษยชน โดยขอให้บริษัทที่จดทะเบียนใน

ตลาดหลักทรัพย์ของสหรัฐ  เปิดเผยว่า ผลิตภัณฑ์ของตนไม่ได้ใช้แร่จากเหมืองที่อยู่ภายใต้การควบคุมของกลุ่มติดอาวุธ ในคองโกหรือรอบๆ   ประมวลเรื่องราวของ คองโก ได้ว่า … รัฐบาล ในเมืองหลวงกินชาซา

อ่อนแอและทุจริต ทำให้ใจกลาง  การบริหารประเทศผุพัง! พื้นที่ห่างไกลก็กลายเป็นอนาธิปไตย เกิดกบฎหลายกลุ่ม และนำเงินจากการลอบ ขายแร่ต่างๆ ไปซื้ออาวุธก่อสงคราม! กองทัพรัฐบาลเองก็คอรัปชั่นอำมหิต

ไม่แพ้กัน! … กล่าวได้ว่า ไม่มีประชาชนชาติไหนจะต้องเผชิญกับความทุกข์แสนสาหัสเป็นระยะเวลาอันแสนยาวนานอย่างคองโก อีกแล้วในโลกนี้! ที่ผู้คนถูกสังหารปีแล้วปีเล่า ผู้หญิงนับแสนถูกข่มขืนและแทบจะ

กล่าวได้ว่าไม่มีผู้ร้ายคนไหน ถูกจับมาลงโทษแม้แต่คนเดียว! ในช่วง ต้น ทศวรรษ 2000 ด้วยแรงกดดันจากนานาประเทศ กองกำลังต่างชาติถอนตัวออกจากคองโก ทิ้งซากของความเสียหาย ย่อยยับ อัปปาง

ไว้ทั่วแผ่นดิน! สถานที่ต่างๆ ถนนหนทาง บ้านเรือน โรงเรียน ครอบครัวถูกทำลายสิ้น! แม้จะมีการประชุมว่าด้วยสันติภาพ หลายครั้งในโรงแรมหรู นั้นก็ไม่ได้เปลี่ยนความจริงอันโหดร้ายที่เกิดขึ้นได้! … และแม้จะมีการ

เลือกตั้งทั่วประเทศในปี 2006 ก็ยังไม่ได้ทำให้อะไรดีขึ้น!

ปี 2010 … ปีที่ผู้เขียนมีโอกาสไปเยือนคองโก ด้วยภารกิจที่ไม่เคยคาดคิดไว้! ด้วยการรับเชิญรับชวน ไปเป็นผู้ช่วยในงานปฏิบัติธรรมของสมาคมชาวพุทธที่ Lubumbashi, Congo Kinshasa …

เรื่องราวการไปถึงของพระพุทธศาสนาที่ คองโก มีอยู่ว่า กาลครั้งหนึ่ง มีเด็กชายคนหนึ่ง ได้พบกับ พระภิกษุจากอินเดีย พระภิกษุรูปนั้นได้ตั้งชื่อให้เด็กชายคนนี้ว่า “โพธิราชา” เด็กชายคนนี้ ได้รู้จักและศรัทธาใน

พระพุทธศาสนามาก แม้หลังจากที่พระภิกษุกลับไปอินเดียแล้ว เขาก็ยังคงมีศรัทธามั่นคง ในท่ามกลางสภาพสังคมแห่งสงคราม และเขายังแนะนำให้ครอบครัว ญาติและเพื่อนๆ ในชุมชนเดียวกันรู้จักและมีศรัทธาใน

พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ กระทั้งได้ตั้งเป็นสมาคมชาวพุทธ ขึ้น เวลาผ่านล่วงไป วันหนึ่ง เขาได้พบและเป็นเพื่อนกับ บาทหลวง จากเบลเยี่ยม บาทหลวงท่านนั้น แนะนำ โพธิราชา ว่าที่ยุโรป มีวัดในพระพุทธศาสนา

และมีพระ  เขาน่าจะสามารถนิมนต์พระมาเทศน์หรือสอนสมาธิให้กับชาวพุทธที่ Lubumbashi ได้ และ บาทหลวง ก็ได้ช่วยเขาหาที่อยู่ e-mail ของวัดพุทธในยุโรป ที่จะช่วยให้เขาติดต่อกับวัดพุทธและนินต์พระได้

หลังจากส่ง Msg มาถึงวัดแห่งหนึ่งในฝรั่งเศส … เขาก็ได้รับการประสานกลับพร้อมกับความช่วยเหลือ ในการนิมนต์พระและเจ้าหน้าที่ เพื่อเดินทางไปไปสอนธรรมะ และปฏิบัติธรรมให้แก่ชาวพุทธที่นั้น …

เล่าถึงชาวพุทธที่คองโก ด้วยความที่อยู่ห่างไกล ไม่มีพระ ไม่มีวัด คือ เขาไม่มีอะไรเลย! … ความศรัทธา ความต้องการฟังธรรมะจากพระภิกษุสงฆ์ ความอยากรู้อยากเข้าใจในสาระธรรมะ ที่พระพุทธเจ้าสอนไว้

ของเขาเรียกว่าอยู่ในระดับมากๆๆๆๆ ดังนั้น เมื่อคณะเดินทางไปถึงพวกเขาต้อนรับอย่างดีที่สุด! จากสภาพความเป็นอยู่ที่ก็ไม่สะดวกสบายเลยแม้แต่อย่างเดียว! … แต่การต้อนรับอุปัฏฐากพระด้วยความเคารพของ

พวกเขานั้นเรียกได้ว่าทำดีที่สุดเต็มความสามารถ … ในระดับตื่นตันในน้ำใจและศรัทธาที่พวกเขามี … ถึงขนาดว่าเช่นเรื่องอาหาร ด้วยความเป็นคองโก:แอฟริกา… ในการเตรียมตัว เรามีอาหารสำรองที่เรา

แพ็คใส่กระเป๋าไป ด้วยเหตุผลว่า…ถ้าเกิดเรามีปัญหากับรสชาติอาหารที่นั้น!เรายังมีทางเลือก! เมื่อไปถึง อาหารเช้า และ เที่ยง ที่เราพบเป็นเมนูเดียวกันตลอด 2 สัปดาห์ และมันไม่ได้เยอะ แต่เพียงพอ คือ

พออิ่มในแต่ละมื้อ และแม้จะต้องกินอาหารรสเดียวตลอดงานแต่ก็กินด้วยความสุข และก็ไม่มีใครนำอาหารสำรองออกมากินเลยตลอด 14 วัน! …

เพราะ เมื่อได้เห็นความตั้งใจของ คุณแม่ เจ้าของบ้านและเพื่อนแม่บ้าน ที่ตั้งใจมาทำกับข้าว เพื่อถวายพระและทีมงานแล้ว  เทียบกับอาหารที่พวกเขารับประทาน … อย่างที่ผู้เขียนได้กล่าวไปแล้วว่า

สิ่งที่พวกเขาจัดให้เรียกได้ว่าดีกว่าสิ่งที่พวกเขาเป็นอยู่! ด้วยเหตุนี้ แม้อยู่ในห้องพักส่วนตัวไม่มีใครเห็นก็ไม่มีอารมณ์ที่จะนำอาหารในกระเป๋าออกมากิน!…ความรู้สึกที่อยากให้ความเคารพและให้เกียรติ

ในการต้อนรับของพวกเขานั้นล้นใจ! มันเป็นความรู้สึกที่อยากตอบแทนน้ำใจพวกเขาเช่นกัน และนั่นมันทำให้สิ่งที่มีแม้ไม่สะดวกสบาย แต่ก็มากพอที่จะทำให้เราทำงานอย่างมีความสุข!

ชาวพุทธที่คองโก ตั้งใจปฏิบัติตามหลักธรรมของความเป็นชาวพุทธอย่างดีมาก! … ไม่ว่าจะเป็นการสวดมนต์ การฟังธรรม การรักษาศีล … ยกตัวอย่าง การถวายทาน ในวันที่มีพิธีตักบาตร พวกเขาตั้งใจฟังขั้นตอน

และ วิธีปฏิบัติถึงกับทำเอาผู้เขียนเองขณะที่อธิบายให้พวกเขาฟัง ต้องยอมรับว่ารู้สึกอึ้งและซาบซึ้ง  กับความเอาใจใส่ของพวกเขา… มันเป็นครั้งแรกในชีวิตของพวกเขาที่จะได้ตักบาตรพระ …

พวกเขาตั้งใจฟังว่า พวกเขาควรทำอย่างไร… ไม่มีใครพูดคุยวอกแวกเลยแม้แต่คนเดียว …

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในขณะที่ฟังธรรมจากพระอาจารย์ … พวกเขาจะอยู่ในความสงบเงียบและจดจ่อ ชนิดที่ว่าไม่พลาดแม้แต่วินาที! ไม่ใช่เพียงแค่การสวดมนต์ รักษาศีลเท่านั้นที่พวกเขาตั้งใจปฏิบัติ เมื่อถามถึง

การนั่งสมาธิ หลายคนให้คำตอบไปในทำนองเดียวกันว่าสมาธิทำให้จิตใจของพวกเขาสงบ พวกเขารู้สึก มีความสุขอยู่ภายในใจ  … และสิ่งนี้ ทำให้พวกเขาอยากให้เพื่อนๆชาวคองโกคนอื่นๆ ที่ยังไม่รู้จัก

การทำใจให้สงบด้วยสมาธิ ได้มาสวดมนต์ รักษาศีล และนั่งสมาธิกับพวกเขา ด้วย  … เพราะ แม้ชีวิตที่นี้จะลำบากในทุกสิ่งอย่าง  แต่สิ่งที่มากที่สุดที่พวกเขามีได้ คือ ศรัทธาในความดี  ศรัทธาในพระพุทธเจ้า

พระธรรมคำสอนของพระองค์  และพระสงฆ์ผู้สืบทอดธรรมะ  มันทำให้พวกเขา ได้เรียนรู้ว่า พวกเขาควรมีชีวิตอยู่เพื่อสิ่งใด  ความเข้าใจในเรื่อง กฎแห่งกรรม  ทำให้พวกเขามีความหวังว่า พวกเขาสามารถแก้ไข

และทำชีวิตของพวกเขาให้ดีขึ้น ให้พ้นจากสภาพที่ลำบากและเป็นทุกข์ในปัจจุบันอย่างไรมันทำให้พวกเขาได้รู้ว่าพวกเขามีสิทธิ์! ที่จะก้าวไปสู่ชีวิตที่ดีกว่าได้!  ด้วยความดี! ด้วยพลังใจพวกเขาเองได้!

ในท่ามกลางสภาพความสูญเสียและมืดมนของสงคราม  ในหัวใจของพวกเขาจึงยังสว่างไสวและแกร่งกล้า ด้วยวิถีแห่งพุทธะ เสมอมา

เวลาผ่าน จากวันนั้น ถึงวันนี้ … พวกเขายังมั่นคง และงอกงามตามกาลเวลา …

ภคพร  บุญสรรพชัยสิทธิ์  เขียน/เรียบเรียง

ขอบคุณข้อมูล  thairath

Facebook Comments