ผลการวิจัย : ชีวิตตายแล้วไม่สูญ! โดย ศ.ดร.เอียน สตีเวนสัน นักวิทยาศาสตร์ที่ไขปริศนามนุษยชาติ!

ศาสตราจารย์ นายแพทย์ เอียน สตีเวนสัน (Ian Stevenson, M.D.) นักวิทยาศาสตร์ที่ทำการศึกษาวิจัยเกี่ยวกับ “การจำอดีตชาติได้”และ “การกลับชาติมาเกิด” เป็นเวลานานกว่า 47 ปี

และได้รับยกย่องว่าเป็นนักวิทยาศาสตร์ที่ยิ่งใหญ่ท่านหนึ่งของโลก !

ในวันที่ท่านจากโลกนี้ไป และได้ฝากผลงานการวิจัยอันสำคัญ ที่นับว่าเป็นการไขปริศนาอันยิ่งใหญ่ให้กับมนุษยชาติ! …

นสพ.วอชิงตันโพสต์ ของสหรัฐอเมริกาสดุดีท่านว่า “ท่านเป็นบุคคลที่ทำการค้นคว้าหาหลักฐาน เกี่ยวกับการจำอดีตชาติได้อย่างมีหลักการยากที่จะปฏิเสธได้”

นสพ.เทเลกราฟ ของอังกฤษ กล่าวว่า “ท่านเป็นผู้ยิ่งใหญ่ในการศึกษาเรื่องการเวียนว่ายตายเกิด ท่านเป็นเหมือน กาลิเลโอ ในยุค 2000”

เนื่องจากในสมัยของ กาลิเลโอ กาลิเลอิ (Galileo Galilei) และนักวิทยาศาสตร์ร่วมสมัยหลายท่าน ได้เฝ้าสังเกตดูการเคลื่อนที่ของดวงดาวต่างๆ แล้วมีความเห็นว่า “โลกหมุนรอบดวงอาทิตย์”

แต่ความเห็นนี้ไปขัดกับคำสอนและความเชื่อทางศาสนาต่างๆ เช่น ศาสนาฮีบรู(ยูดาห์,ยิว) ศาสนาคริสต์ และศาสนาอิสลาม … และด้วยความยึดมั่นในความจริงไม่ยอเปลี่ยนแปลงนั้น

ทำให้กาลิเลโอ ถูกสั่งกักบริเวณให้อยู่แต่ในห้องใต้ดิน จนกระทั้งล้มป่วยและเสียชีวิตในที่สุด ! …

ต่อมาผลงานของ กาลิเลโอ ได้กลายเป็นที่ยอมรับกันอย่างกว้างขวางในทางวิทยาศาสตร์และทำให้โลกยกย่องให้เป็นนักวิทยาศาสตร์ที่ยิ่งใหญ่ของโลกท่านหนึ่ง

เช่นเดียวกันกับนักวิทยาศาสตร์ที่ต้องเผชิญกับความเห็นต่างทั้งหลาย ผลงานการศึกษาวิจัยของ ศ.ดร.เอียน สตีเวนสัน

เป็นการนำเสนอเรื่องราวความจริงที่ขัดกันกับคำสอน  และความเชื่อทางศาสนา ฮีบรู (ยิว) คริสต์ และอิสลาม

เพราะการศึกษาวิจัยของ ศ.นพ.เอียน สามารถบอกกับโลกว่า … “ความจริงเกี่ยวกับวงจรชีวิตของคนเรา ตั้งแต่เกิดจนตาย และตั้งแต่ตายจนกระทั่งเกิดใหม่นั้น อาจจะไม่เป็นไปตามความเชื่อของศาสนาต่างๆ เหล่านี้”

ด้วยเหตุที่ว่า “การศึกษาวิจัยชี้ไปที่ ความมีอยู่ของชีวิตหลังความตาย คนเราสามารถกลับชาติมาเกิดใหม่ได้ คนเราสามารถจำอดีตชาติได้ และเวรกรรมมีจริง ทั้งๆ ที่ก่อนหน้านี้ ตัวท่านเองก็เกิดในครอบครัวที่

นับถือศาสนาคริสต์ ท่านไม่เคยมีความเชื่อเกี่ยวกับเรื่องการเวียนว่ายตายเกิดมาก่อน แต่เมื่อท่านเป็นนักวิทยาศาสตร์ ท่านก็ไม่ได้เอาความเชื่อทางศาสนามากีดกั้นความจริงที่พิสูจน์ได้ ตามกระบวนการทาง

วิทยาศาสตร์ เพราะท่านเป็นนักวิทยาศาสตร์  ถึงแม้ว่า ท่านจะทราบถึงธรรมชาติที่แท้จริง เกี่ยวกับวงจรชีวิตของคนเราว่า ชีวิตหลังความตายมีอยู่จริง คนเราสามารถกลับชาติมาเกิดใหม่ได้จริง

คนเราสามารถจำอดีตชาติได้จริง และเวรกรรมมีจริง”

และถึงแม้ว่า ดร.เอียน สตีเวนสัน จะถูกตราหน้าจากศาสนิกชนที่นับถือศาสนาดังกล่าวว่า ความคิดของเขาเป็นความคิดนอกรีต (Heresy) หรือเป็นพวกนอกรีต (Heresies) ก็ตาม

แต่ความจริงที่ท่านได้พิสูจน์ และยืนยัน จะได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวาง ในวงการวิทยาศาสตร์ และจากผู้คนทั่วโลก

การศึกษาวิจัยเกี่ยวกับ “การจำอดีตชาติได้” และ “การกลับชาติมาเกิด” ของ ศ.นพ.เอียน ท่านไม่ได้โน้มเอียงไปกับความเชื่อทางศาสนา ท่านศึกษาค้นคว้าวิจัยอย่างเป็นกลาง เชื่อในความเป็นจริง

ท่านใช้เวลามากกว่าครึ่งชีวิตทุ่มเทให้กับการศึกษาวิจัยผู้ที่จำอดีตชาติได้ ซึ่งท่านได้ค้นพบพยานหลักฐานที่สามารถพิสูจน์ได้อย่างเป็นรูปธรรมในระดับหนึ่งแล้ว ถึงกระนั้น

ท่านไม่เคยบอกให้ใครเชื่ออย่างที่ท่านเชื่อว่ามันเป็นความจริง แต่ท่านมักจะตอบคำถามเมื่อมีคนถามว่า …“ข้าพเจ้าไม่สามารถหาหลักฐานใดๆมายืนยันได้ว่ามันไม่เป็นความจริง ข้าพเจ้ามิได้มุ่งหวังที่จะให้การศึกษา

ค้นคว้าเกี่ยวกับเรื่องนี้ของข้าพเจ้าไปมีผลต่อความเชื่อต่างๆ  แต่ขอให้มาดูเถอะว่าข้าพเจ้าค้นพบอะไรบ้าง ลองพิสูจน์ทดสอบตรวจสอบสิ่งที่ข้าพเจ้าค้นพบได้ตามต้องการ ลองคิดว่ามีข้อข้องใจสงสัยตรงไหนหรือไม่

ลองค้นหาสิ่งที่ข้าพเจ้าอาจจะพลาดไป และถ้ามีคำอธิบายที่สมเหตุสมผลมากกว่านี้กรุณาบอกให้ข้าพเจ้าทราบด้วย”

การศึกษาวิจัยของ ศ.นพ.เอียน นั้น ได้เริ่มขึ้นก่อนปี ๒๕๐๓ ซึ่งท่านได้พบผู้ที่จำอดีตชาติได้ หรือผู้ที่สืบชาติมาเกิดใหม่ จากชาติและศาสนาต่างๆ ทั่วโลก ทั้งใน ยุโรป อเมริกา ออสเตรเลีย แอฟริกา และทวีปเอเชีย

(รวมทั้งประเทศไทย) มีมากกว่า 27 ประเทศ  ได้แก่ ตุรกี,แคนาดา,อิตาลี,โปรตุเกส,อเมริกา,ศรีลังกา,อินเดีย,ไทย,พม่า,เนเธอร์แลนด์,เลบานอน,กาน่า,ไนจีเรีย,เบลเยี่ยม,อังกฤษ,ฟินแลนด์,ไอซแลนด์

บราซิล,คิวบา,ฮังการี,เยอรมัน,ออสเตรีย,ญี่ปุ่น,ฝรั่งเศส,จีน,ธิเบต, ออสเตรเลีย,เวียดนาม… เป็นต้น  ซึ่งมีมากกว่า ๓,๐๐๐ คน ด้วยการสนับสนุนทุน จำนวน ๑ ล้านดอลลาร์สหรัฐ จาก เชสเตอร์ คาร์ลสัน (Chester Carlson)

ผู้คิดประดิษฐ์เครื่องถ่ายเอกสารให้พวกเราได้ใช้กันอยู่ทุกวันนี้ เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปสืบหากรณีศึกษา สัมภาษณ์  และเก็บข้อมูลหลักฐานในประเทศต่างๆ ทั่วโลก เพื่อใช้ในการศึกษาวิจัย

ผลงานการศึกษาวิจัยของศ.นพ.เอียน ได้ตีพิมพ์ออกมาเป็นรายงานทางวิชาการ ในนิตยสารชั้นนำทางวิทยาศาสตร์ หนังสือ และตำรับตำราออกมาเป็นระยะๆ ตั้งแต่ปี ๒๕๐๗ ถึงปัจจุบัน มากกว่า ๒๐๐ เล่ม

จนเป็นที่ยอมรับจากบรรดานักวิทยาศาสตร์ทั่วโลก

ปัจจุบันนี้ ผลของการศึกษาวิจัยของคณะศึกษาวิจัยจาก มหาวิทยาลัยแพทย์ศาสตร์เวอร์จิเนีย ประเทศสหรัฐอเมริกา ได้ข้ามพ้นความสงสัย… ชีวิตหลังความตาย การเกิดใหม่ และการจำอดีตชาติได้มีจริงหรือไม่ไปแล้ว

ผลจากการติดตามศึกษาวิจัยผู้ที่อ้างว่าจำอดีตชาติได้มากกว่า 3,000 กรณีศึกษา ในหลายประเทศทั่วโลก โดยไม่จำกัดเชื้อชาติศาสนา ชี้ชัดว่าชีวิตหลังความตาย การเกิดใหม่ และการจำอดีตชาติได้มีจริง

เพียงแต่คณะศึกษาวิจัยไม่ได้นำเอาผลของการศึกษาวิจัยไปใช้ในทางความเชื่อ แต่นำไปใช้ประโยชน์ในทางการแพทย์ เช่น การปรับความคิดและความรู้เกี่ยวกับสมุฏฐานหรือสาเหตุของ

การเกิดรอยตำหนิบนผิวหนัง ไฝ ปาน อาการป่วย และความผิดปกติพิการที่มีมาตั้งแต่กำเนิด โดยคณะศึกษาวิจัยได้แนะนำว่า “ควรจะรวมเอาสาเหตุที่สัมพันธ์กับอดีตชาติ ที่ส่งผลหรือมีอิทธิพลต่อ

รอยตำหนิบนผิวหนัง ไฝ ปาน อาการป่วย และความผิดปกติพิการที่มีมาตั้งแต่กำเนิดเข้าไปใช้ในการวินิจฉัยด้วย”

การนำไปใช้ในการวิเคราะห์วินิจฉัยและบำบัดรักษาอาการทางจิตของเด็ก หรือของคนที่เป็นโรคกลัว (Phobias) เช่น กลัวการลงน้ำ กลัวการนั่งเรือ กลัวที่แคบ กลัวเสียงปืน กลัวมีด เป็นต้น ซึ่งผลจากการศึกษาวิจัยพบว่า

อาการหวาดกลัวโดยไม่ทราบ เพราะสาเหตุบางกรณีเกิดจากประสบการณ์และความทรงจำอันเลวร้ายในอดีตชาติ ที่ยังฝังอยู่ในจิตใต้สำนึก เช่น ในอดีตชาติเคยตกน้ำตาย ตายเพราะเรือล่ม ถูกฝังทั้งเป็น ถูกยิงตาย

ถูกแทงตาย เมื่อเกิดใหม่จึงหวาดกลัวการลงน้ำ กลัวการนั่งเรือ กลัวที่แคบ กลัว เสียงปืน กลัวมีด เป็นต้น หรือการนำไปใช้ในการวิเคราะห์พฤติกรรมและพัฒนาการต่างๆของเด็ก เช่น เด็กมีพฤติกรรมและมีพัฒนาการ

เหมือนผู้ใหญ่ก่อนวัยอันควร หรือมีพฤติกรรมหรือคำพูดที่แปลกกว่าเด็กในวัยเดียวกัน เกลียดกลัวอะไรเป็นพิเศษ ชอบอะไรเป็นพิเศษ เด็กอัจฉริยะ หรือเด็กมีความรู้ในสิ่งที่ไม่เคยเรียนรู้มาก่อน หรือ

เด็กมีทักษะความชำนาญบางอย่างที่ไม่เคยเรียนรู้มาก่อน (untaught skills) เด็กพูดภาษาที่ไม่ใช่ภาษาของพ่อแม่ไม่ใช่ภาษาถิ่นหรือภาษาที่ไม่เคยเรียนรู้มาก่อน (Xenoglossy)เป็นต้น

จากประวัติศาสตร์ที่ผ่านมา คงไม่มีใครปฏิเสธว่า คำตอบของปริศนาชีวิต โดยเฉพาะชีวิตหลังความตาย มีอิทธิพลต่อวิถีความเชื่อ และวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของมนุษย์เราอย่างมาก ทั้งทางด้าน คุณธรรม จริยธรรม

การใช้ชีวิตประจำวัน ศิลปะ วัฒนธรรมประเพณี และอื่นๆ อีกมากมาย

การศึกษาค้นคว้าและพิสูจน์ความจริงในปริศนาเหล่านี้นับได้ว่า มีความสำคัญอย่างยิ่ง เป็นความต้องการของมวลมนุษยชาติ สมควรจะได้รับการพิสูจน์ให้ได้มาซึ่งความจริง ที่ชัดเจนและถูกต้อง

ถึงแม้ว่า ความจริงที่ได้ จะทำให้วิถีความเชื่อบางความเชื่อสั่นคลอนก็ตาม  ! ความจริงก็คือความจริง ถ้าหากเราไม่เชื่อ และไม่ศรัทธาในความเป็นจริงแล้ว เราจะเชื่อถือสิ่งใดได้อีก ?!

อนึ่งปัจจุบันนี้, คณะศึกษาวิจัยในหลายประเทศ พบผู้จำอดีตชาติได้จากทั่วโลกแล้ว มากกว่า ๕,๐๐๐ ราย สิ่งหนึ่งซึ่งเราได้ตระหนักนั้นคือ … คำสอนของพระพุทธเจ้ากำลังได้รับการพิสูจน์

โดยวิทยาศาสตร์สมัยใหม่ ศาสนาพุทธกำลังได้รับการรับรอง โดยวิทยาศาสตร์ เหมือนดังคำกล่าวของ อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ (Albert Einstein) ที่ว่า

“If there is any religion that could cope with modern scientific needs it would be Buddhism.”

“ถ้าจะมีศาสนาใด ที่รับมือกับความต้องการทางวิทยาศาสตร์สมัยใหม่ปัจจุบันได้ ศาสนานั้นก็น่าจะเป็นศาสนาพุทธ”

ปัจจุบันนี้ ชาวตะวันตกหันมาสนใจเรื่องชีวิต จิตใจ การเกิด การตาย มากขึ้น มีการศึกษาเกี่ยวกับเรื่องราวของจิตที่อยู่นอกเหนือจากจิตปกติกันมานาน เช่น โทรจิต (Telepathy), สัมผัสที่หก (Six Sense),

การรับรู้พิเศษ (Extra Sensory Perception), การใช้พลังจิตเคลื่อนย้ายสิ่งของ (Psycho Kinetic), การกลับชาติมาเกิด(Reincanation) เป็นต้น ซึ่งอยู่ในสาขาวิชาปรจิตวิทยา (Parapsychology)

แต่ในบ้านเราซึ่งเป็นเมืองแห่งพระพุทธศาสนา กลับผันแปรเป็นตรงกันข้าม เมื่อก่อนนี้ ผู้คนบ้านเรามีความเชื่อเกี่ยวกับเรื่องนี้มาก เราเชื่อถือในคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า เชื่อ เรื่องกฎแห่งกรรม

เชื่อว่าทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว ตายแล้วไม่สูญ นรก สวรรค์มีจริง ผลแห่งการกระทำมีจริง เราเชื่อผลแห่งความดีจาก ทาน ศีล ภาวนา …

แต่ปัจจุบัน เรากลับมองเรื่องเหล่านี้ว่า เป็นเรื่องงมงาย! ทุกครั้งที่มีการนำเสนอถึงเรื่องเหล่านี้ ตามสื่อต่างๆ โดยเฉพาะสื่อโทรทัศน์ ก็จะได้เห็นคำว่า …เป็นความเชื่อส่วนบุคคล โปรดใช้วิจารณญาณในการชม !

นับเป็นเรื่องที่น่าเสียดายว่า บ้านเรามีความรู้อันเป็นสุดยอดของภูมิปัญญาที่ชี้ทางให้กับชีวิตได้อย่างดีเยี่ยม จาก พระสัพพัญญูพุทธเจ้า ! … แต่เรากลับไม่ศึกษา! เพื่อให้ได้รับคุณประโยชน์อย่างแท้จริง!

lifecumentary เรียบเรียง

ขอขอบคุณข้อมูลจาก  thaireincarnation:Ian-Stevenson,  wikipedia,  Komchadluek

Facebook Comments