7 หลักการสำคัญ เพื่อบริหารงาน และทำงานเป็นทีม ให้ประสบผลสำเร็จ อย่างมีประสิทธิภาพ !

วิทยาการปัจจุบันมีแนวทางในการบริหารงาน การทำงานทั้งส่วนบุคคล และส่วนรวม ทั้งศาสตร์ตะวันตก ตะวันออก ว่าไว้หลายตำรา ซึ่งในบรรดาเหล่านั้น มีอยู่ 1 ตำรา ที่กล่าวไว้โดยผู้รู้แจ้งในสรรพศาสตร์ทั้งหลาย

นั้น คือ พระไตรปิฎก ที่เป็นดั่งขุมทรัพย์ทางปัญญาอันล้ำค่าสำหรับการใช้ชีวิตให้ประสบความสำเร็จในทุกๆด้าน ตั้งแต่ระดับต้น กระทั้งถึงสูงสุด ซึ่งวันนี้ เรามีศาสตร์ว่าด้วยการบริหารงาน และการทำงานเป็นทีม

ให้ประสบผลสำเร็จ อย่างมีประสิทธิภาพ  มาให้ได้ศึกษากันค่ะ นั้นคือ อปริหานิยธรรม  7 ประการ (อะปะริหานิยะธรรม)

แปลว่า ธรรมที่ทำให้ไม่เสื่อม ปฏิบัติแล้วจะมีแต่ความเจริญทั้งส่วนตนและส่วนรวม นำความสุขความเจริญมาสู่ชุมชน สังคม บรษัท องค์กร ฯลฯ เพราะเป็นหลักธรรมที่เน้นความรับผิดชอบต่อส่วนรวม

ก่อให้เกิดความสามัคคี และความเคารพนับถือซึ่งกันและกัน เป็นหลักธรรมที่สอนให้เรารู้จัก หลักการทำงานเป็นทีมอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อสร้างชุมชน องค์กร บริษัท หรือสถาบัน ให้เข้มแข็งสามารถนำไปใช้เป็น

หลักในการบริหาร การทำงานได้ทุกระดับ

@liskislik

เพราะความสุขความเจริญของบุคคลย่อมอิงอาศัยสังคมการอยู่ร่วมกัน นั้นหมายถึง ชุมชน สังคม องค์กรหนึ่ง ๆ เช่น วัด หมู่บ้าน โรงเรียน สถาบันการศึกษา บริษัท องค์กรต่างๆ หน่วยงานรัฐ/เอกชน อำเภอ

จังหวัด ประเทศ … หรือ หน่วยงานที่บริการความสุขความเจริญให้แก่สมาชิกในสังคมอื่นๆ

เพราะสถาบันหรือองค์กรหนึ่ง ๆ ประกอบด้วยบุคคลหลายคน เป็นสมาชิก คนหลายคนก็หลายใจหลายนิสัย การดำรงรักษาสถาบันหรือองค์กรให้มั่นคงและให้เจริญรุ่งเรือง ไม่ให้เสื่อมถอยลงไปนั้น จึงเป็นเทคนิค

(วิธีการเฉพาะ) อย่างหนึ่ง

ในประวัติศาสตร์ เราจะเห็นได้ว่า มีชนชาติหลายเผ่าในโลกนี้ได้สาบสูญไป มีประเทศบางหมดความเป็นอิสระ มีลัทธิศาสนามากต่อมากที่สลายตัว และสถาบันอีกมากมาย ที่แม้จะไม่ถึงกับล้มละลายแต่ก็เสื่อมโทรม

อย่างน่าเสียดาย ทั้งหมดนั้นเกิดจากการบริหารงานของสถาบันนั้น ๆไม่ถูกต้องเหมาะสม

พระพุทธองค์ทรงตรัสถึงหลักธรรมเพื่อใช้ในการบริหารงาน บริหารองค์กร บริษัท สถาบัน ฯลฯ ที่สามารถใช้ได้กับทั้งคฤหัสถ์(ประชาชนผู้ครองเรือน) และพระภิกษุสงฆ์ ไว้ 7 ประการ ในหัวธรรมชื่อว่า

อปริหานิยธรรม ดังนี้ ( ในที่นี้ จะอธิบายในส่วนของคฤหัสถ์ )

1. หมั่นประชุมกันเนืองนิตย์

หมายถึง การประชุมพบปะปรึกษาหารือกันในกิจการงานต่าง ๆ อย่างสม่ำเสมอ เพื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็นซึ่งกันและกัน เพื่อแก้ปัญหาในการสื่อสาร เพื่อยอมรับในเหตุผลและ

วิธีที่ถูกต้องร่วมกัน ที่เป็นประโยชน์สร้างความเข้าใจที่ดีต่อกัน และหาแนวทางแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ร่วมกัน  การประชุม หรือ พูดคุยกันบ่อย ๆ เป็นการระดมความคิด วิธีการ รวมความสามารถที่ทุกคนมี

แล้วนำมาแก้ไขปรับปรุงปัญหา หรือเพื่อพัฒนางานด้านต่าง ๆ เมื่อมีการประชุมปรึกษากับผู้ร่วมงานทุกครั้ง งานก็ราบรื่น หากมีข้อผิดพลาด ทุกคนก็จะได้รับทราบสิ่งที่เกิดขึ้นด้วยกัน และหาทางแก้ไขร่วมกัน

แม้แต่ในครอบครัว พ่อ แม่ ลูก ถ้ามีการพูดคุยปรึกษากัน มีกิจกรรมให้ได้พูดได้ทำร่วมกัน ลูกก็จะได้รับความอบอุ่น บรรยากาศครอบครัวก็ราบรื่น และยังช่วยแก้ปัญหาติดเกมติด Internet ฯลฯ ของลูกได้ด้วย

คำว่าประชุมในที่นี้ หมายรวมไปถึง การพบปะ สนทนา การรับประทานอาหาร  การเล่นกีฬา การทำกิจกรรมร่วมกัน … ฯลฯ ทั้งนี้ สิ่งทีสำคัญคือ สมาชิกควรปฏิบัติตนให้เหมาะสม มีวุฒิภาวะ ใช้สติปัญญา มีสมาธิ

เอาใจใส่ ตั้งใจดี … จึงจะทำให้การประชุม หรือพบปะกัน ประสบผลสำเร็จด้วยดี

@evidentimpact

2. พร้อมเพรียงกันประชุม พร้อมเพรียงกันเลิกประชุม พร้อมเพรียงกันทำกิจที่ควรทำ

หมายถึง เข้าประชุม เลิกประชุม และทำงานที่ได้รับมอบหมายตามมติที่ประชุม อย่างพร้อมเพรียงกัน เพื่อสร้างความรับผิดชอบร่วมกัน

ป้องกันไม่ให้เกิดการกินแหนงแคลงใจกัน ต้องให้ความสำคัญกับการประชุม เพื่อทำงานของส่วนรวมให้ดี

การเริ่มและเลิกประชุมโดยพร้อมเพรียงกันนั้นไม่ใช่ทำได้ง่าย ๆ นับว่าเป็นคุณสมบัตินี้จะเป็นตัววัดว่าคนในทีม ในองค์กร หน่วยงาน หรือสถาบัน มีความพร้อมหรือไม่แค่ไหน การตรงต่อเวลาเป็นการเสียสละ

เป็นการแสดงน้ำใจเห็นอกเห็นใจผู้อื่น ให้ความสำคัญกับภารกิจ หน้าที่ องค์กร หน่วยงาน บริษัท หรือ สถาบันแค่ไหน ฉะนั้นทั้งผู้นำ และผู้ปฏิบัติงานที่ดี ต้องรักษาเวลาทั้งการเริ่มและเลิกประชุม การทำงานต่าง ๆ

ตามมติที่ประชุม เป็นการเสียสละ การยอมรับ อดทนอดกลั้น และที่สำคัญคือเรื่องของความไว้เนื้อเชื่อใจ ซึ่งเป็นเรื่องที่สำคัญที่สุด หากไม่เชื่อใจกัน จะทำให้ไม่แบ่งงานกัน เกิดการหลงตนเอง ใจไม่ถึง

ใจไม่กว้างพอที่จะเปิดโอกาสให้คนอื่น ๆ ได้แสดงความสามารถ หรือแม้แต่ทำผิดพลาดเพื่อการเรียนรู้

@office-coffee.co.uk

3. ไม่บัญญัติสิ่งที่ยังไม่บัญญัติ ไม่ยกเลิกสิ่งที่บัญญัติไว้แล้ว ประพฤติตนมั่นคงอยู่ในธรรมของชุมชนครั้งโบราณ

หมายถึง ไม่บัญญัติสิ่งใหม่ ๆ หรือล้มเลิกบัญญัติเดิม เช่น การกำหนด วิสัยทัศน์ เป้าหมาย ยุทธศาสตร์ แผนรองรับ ฯลฯ คือ การบัญญัติดังนั้น ทุกคนในทีมจะต้องทำตามอย่างเคร่งครัด ไม่ล้มเลิก เพิ่ม/ถอน ตามอำเภอใจ

โดยผิดหลักการเดิมที่สังคม องค์กร บริษัทได้วางไว้ จะต้องถือปฏิบัติมั่นตามหลักการเดิมของ และทำตามกฎระเบียบ ตามกติกาข้อบังคับ ตามหลักเกณฑ์ เพื่อความเสมอภาคกัน ซึ่งจะช่วยส่งเสริมให้การปกครอง

การบริหารเกิดผลดี มีประสิทธิภาพ ไม่เล่นนอกกฎนอกกติกาเพราะจะกลายเป็นกติกาส่วนตัวที่ไม่ตรงกับกติกาของส่วนรวม ซึ่งจะสร้างปัญหาตามมาภายหลัง

@amadothailand

4.สักการะเคารพนับถือผู้ใหญ่

หมายถึง มองเห็นความสำคัญของผู้ใหญ่ เพราะผู้ใหญ่เป็นผู้มีประสบการณ์ยาวนาน ดังนั้นเราต้องให้เกียรติ ให้ความเคารพนับถือ และรับฟังความคิดเห็นของท่านในฐานะที่เป็นผู้รู้และมีประสบการณ์มามาก

การอยู่ร่วมกันจำเป็นต้องมีผู้นำและผู้ตาม ถ้าเราให้การเคารพและเชื่อฟังผู้นำ หมู่คณะสังคมก็จะไม่วุ่นวาย เช่น ถ้าลูกเชื่อฟังพ่อแม่ เชื่อฟังผู้ใหญ่ที่มีคุณธรรม มีความปรารถนาดี ก็จะเป็นคนดีได้ ไม่เกะกะเกเร

ก่อความเดือดร้อนให้กับครอบครัวและสังคม

ซึ่งทั้งนี้! จุดตั้งต้น,ก็ขึ้นอยู่กับผู้ใหญ่ในองค์กรนั้นๆ ว่ามีคุณธรรม คู่ควรแก่การเคารพนับถือกราบไหว้ได้หรือไม่ น่าฟังและทำตามแค่ไหน ?  … บางองค์กร ผู้ใหญ่ทำตัวไม่น่าเคารพนับถือ ไม่น่ากราบไหว้

มีความประพฤติเลว คดโกง เห็นแก่ตัว ขาดศีลธรรม ไร้จริยธรรม ก็ยากที่จะสร้างบรรยากาศการทำงานเป็นที่ดี และประสบความสำเร็จได้

5. ไม่ข่มขืนบังคับหญิงในสกุล

หมายถึง ให้เกียรติและคุ้มครองสตรีเพศ รับฟังความคิดเห็นจากผู้หญิง ดูแลผู้หญิงในสังคมให้อยู่ดี ปลอดภัย ไม่ให้ถูกล่วงเกินข่มเหงรังแกหรือถูกฉุดคร่าขืนใจ

สตรีถือว่าเป็นเพศแม่ เป็นเพศที่อ่อนแอ ที่สังคมควรให้เกียรติ ให้การยกย่อง ปกป้องไม่ละเมิดสิทธิหรือข่มเหงรังแก ถ้าสังคมใด ๆ ผู้หญิงถูกฉุดคร่าข่มขืนมาก ๆ ความเสื่อมย่อมจะเกิดกับสังคมนั้น

เพราะ การทำร้าย การผิดลูกเมียผู้อื่น การกดขี่ข่มเหงทางเพศ การทำลามกอนาจารย่อมนำมาซึ่งความเสื่อมในองค์กร ชุมชน สังคม ฯลฯ เพราะจะทำให้เกิดความหวาดระแวง และขาดความปลอดภัยในคู่ครอง

ไม่สามารถไว้วางใจกันได้ และนำไปสู่สภาวะปัญหาวุ่นวายอีกสารพัด !

@th-wikihow

6. สักการะ เคารพ นับถือ บูชาเจติยสถานของคนในชุมชนทั้งภายในและภายนอกและไม่ลบล้างพลีกรรมอันชอบธรรม ซึ่งเคยให้เคยทำแก่เจติยสถานเหล่านั้น

หมายถึง ให้การสักการะ เคารพ นับถือ บูชาและปกป้องรักษาปูชนียสถาน อนุสาวรีย์ อนุสรณ์สถานที่สำคัญของชุมชนนั้น ๆ โดยทั่วถึงทั้งหมด เพื่อให้เป็นเครื่องเตือนความทรงจำ เป็นเครื่องยึดเหนี่ยวจิตใจ

เป็นศูนย์รวมใจของชุมชน ของสังคม ของบริษัท องค์กร สถาบัน ฯลฯ ไม่ทำลาย ไม่ละเลยพิธีเคารพบูชาอันพึงทำต่ออนุสรณ์สถานเหล่านั้นตามประเพณีที่ดีงาม การสัการะ เคารพ เป็นการแสดงถึงความเป็นผู้มีนิสัยดี

รักสันติ  รู้จักขัดเกลาจิตใจอยู่เสมอ  และพร้อมที่จะทำดี และไม่ละเลย ไม่ประมาท การที่สมาชิกของสังคมใดๆเป็นคนดี เป็นผู้มีความเคารพ รู้คุณค่า รู้กตัญญู กตเวที ย่อมเป็นเกียรติ เป็นศักดิ์ศรี และเป็นเครื่องยืนยัน

ความสุจริตใจในการทำงานต่าง ๆ ได้เป็นอย่างดี

ฉะนั้น, ศูนย์รวมจิตใจขององค์กรนั้น ไม่ว่าจะเป็นเจดีย์ อนุสาวรีย์ ปูชนียสถาน ปูชนียวัตถุ อนุสรณ์สถาน หรือรูปเคารพต่าง ๆ ของผู้มีพระคุณ สิ่งเหล่านี้เป็นเสมือนเครื่องระลึกที่จะช่วยให้สามารถยึดเหนี่ยวจิตใจ

ของคนในชุมชนหรือองค์กรนั้น ๆ เพื่อสร้างความสามัคคีที่ดีต่อกันได้ไม่ยาก

@dscng.pttplc

7. ถวายความอารักขา ความคุ้มครอง ป้องกันโดยชอบธรรมในพระอรหันต์ทั้งหลายเป็นอย่างดี

หมายถึง จัดการให้ความอารักขา บำรุง คุ้มครอง อันชอบธรรมแก่บรรพชิต ผู้ทรงศีลทรงธรรมบริสุทธิ์ บัณฑิตนักปราชญ์ทั้งหลาย ตลอดรวมถึงพ่อแม่และผู้ใหญ่ที่ดีมีคุณธรรมก็เช่นเดียวกันเพราะท่านเป็นหลักใจ

และเป็นตัวอย่างทางศีลธรรมให้แก่ลูกหลาน ประชาชน คนรุ่นต่อมา เป็นผู้ชี้นำในสิ่งที่ดี ที่ถูกต้อง ชี้ทางเจริญก้าวหน้า การดูแลต้อนรับ การฟังคำสั่งสอนของท่าน ย่อมได้ประโยชน์มากมายทั้งทางตรงและทางอ้อม

จึงควรอย่างยิ่งที่จะให้การอารักขา ดูแลให้ท่านได้รับความสุขความสะดวกสบาย

ในที่นี้ยังหมายรวมถึงการสนับสนุนคนดี ปกป้องคนดีส่งเสริมคนดี เลือกคนดีมีความสามารถมีคุณธรรมเข้ามาเป็นกำลังพัฒนาชุมชน สังคม บริษัท องค์กร ฯลฯ และไม่มีการขัดแข้งขัดขา เลื่อยขาเก้าอี้ เป็นต้น

สำหรับการทะนุบำรุงบรรพชิต ซึ่งเป็นผู้สืบทอดพระพุทธศาสนาอันเป็นแหล่งแห่งภูมิปัญญาและศีลธรรมให้คงอยู่ตลอดไปนั้น  สามารถทำได้โดยการทำบุญด้วยปัจจัย 4 แด่ท่านเป็นประจำ เป็นต้น

@scphtrang

ซึ่งเราสามารถ สรุป  “อปริหานิยธรรม” ข้อปฏิบัติเพื่อความเจริญก้าวหน้าของชุมชน องค์กร บริษัทสังคม สถาบันต่างๆ นั้น ได้ดังนี้ คือ

1. การบริหารที่ดี ได้แก่ อปริหานิยธรรมข้อที่ 1-2-3-4

2. การวางตัวที่ดีของสมาชิกในสังคม ได้แก่ อปริหานิยธรรมข้อที่ 5-6

3. การปกป้องคุ้มครองผู้เป็นตัวอย่างต้นแบบทางศีลธรรม ได้แก่ อปริหานิยธรรมข้อที่ 7

@th-jobsdb

7  ประการนี้ หากทำด้วยความตั้งใจ จริงใจ ไม่ว่าจะเป็นหน่วยสังคมระดับไหน … ตั้งแต่ คนสองคน ครอบครัว หมู่บ้าน ตำบล อำเภอ จังหวัด บริษัท องค์กร สถาบันต่างๆ ตลอดถึงประเทศชาติ

ย่อมสามารถที่จะทำงาน บริหาร จัดการ แก้ไขปัญหาต่างๆ และพัฒนาสังคม ชีวิตความเป็นอยู่ให้ก้าวหน้า เจริญรุ่งเรืองไปได้อย่างแน่นอน!

lifecumentary เรียบเรียง

ขอบคุณข้อมูล  kalyanamitra

Facebook Comments