13 กลยุทธ์ พิชัยสงครามซุนวู สู่กลวิธีทำธุรกิจให้รุ่ง!

“การชนะร้อยทั้งร้อยมิใช่วิธีการอันประเสริฐแท้ แต่ชนะโดยไม่ต้องรบเลย ถือว่าเป็นวิธีอันวิเศษยิ่ง”

คือหนึ่งในคำกล่าวของ ซุนวู ปราชญ์ชาวจีน ผู้เขียนตำราพิชัยสงครามซุนวู ตำรากลยุทธ์แห่งการรบที่สร้างชื่อเสียงไปทั่วโลก มีการอ้างด้วยซ้ำว่าจอมทัพผู้ยิ่งใหญ่อย่าง นโปเลียน ก็ใช้กลยุทธ์ซุนวู

ในการเอาชนะคู่ต่อสู้ไปทั่วยุโรป … แม้จะเป็นตำราที่ว่าด้วยการรบ แต่ในช่วง 20 กว่าปีที่ผ่านมา ตำราพิชัยสงครามของซุนวูถูกนำไปใช้ในแวดวงธุรกิจอย่างกว้างขวาง เพราะการทำธุรกิจก็เหมือนกับการทำสงคราม

มีคู่แข่งอยู่รอบด้านเราต้องกำหนดกลยุทธ์ วางแผน โจมตี ตั้งรับ เพื่อชิงความได้เปรียบกับคู่แข่ง ไม่งั้นธุรกิจก็จะไม่ประสบความสำเร็จ เป็นศาสตร์ที่ควรทำการศึกษาและนำมาประยุกต์ปรับใช้กับการทำงานเพื่อ

ให้ผลสำเร็จเกิดขึ้นตามมา

@suntzuthai

เนื้อหาทั้งหมดภายในตำราพิชัยสงครามซุนวู ถูกแบ่งออกเป็น 13 บท โดยแต่ละบทก็จะมีเนื้อหาเรื่องราวที่แตกต่างกันออกไป โดยหลักใหญ่ใจความจะว่าด้วยกลยุทธ์การรบด้วยยุทธวิธีต่างๆ

ซึ่งยุทธวิธีเหล่านี้คือหลักการสำคัญที่สามารถนำมาจุดประกายความสำเร็จได้ด้วยตัวเอง

บทที่ 1 การศึกษาสถานการณ์

ในบทแรกซุนวูกล่าวไว้ว่าการทำสงครามเป็นเรื่องของความตาย ดังนั้นก่อนที่จะลงสนามไปรบต้องศึกษาความเป็นไปให้ดีก่อน ต้องอ่านสถานการณ์ให้ออก ไม่งั้นจะเป็นการไปตายเปล่า เปรียบได้กับการประเมิน

ศักยภาพของเรากับคู่แข่ง ดูว่ามีจุดอ่อนจุดแข็งอย่างไร เมื่อทราบผลการประเมินแล้ว ก็ทำการปรับยุทธศาสตร์ เพื่อให้เกิดประโยชน์ที่ดีที่สุดสำหรับเรา

บทที่ 2 การทำสงคราม

ซุนวูกล่าวไว้ว่าการทำสงครามเป็นเรื่องของความสิ้นเปลือง มีแต่เสียกับเสีย ดังนั้นถ้าจะทำสงครามต้องรวบรัด ถ้ายืดเยื้อต้องมีการเตรียมทรัพยากรให้พร้อมไม่งั้นจะลำบากในภายหลัง เปรียบได้กับ

การเริ่มต้นทำธุรกิจเริ่มต้นด้วยการลงทุนสิ้นเปลือง เราจะทรัพย์สินไปเป็นจำนวนมาก การนำกำไรกลับมาหล่อเลี้ยงบริษัทให้ไวจึงเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด หรือ เตรียมเงินทุนหมุนเวียนให้เพียงพอต่อการทำธุรกิจ

บทที่ 3 กลยุทธ์

การทำสงครามสามารถกำหนดแพ้ชนะกันได้ตั้งแต่ยังไม่ลงสนาม โดยดูได้จากการกลยุทธ์หรือการวางแผน โดยกลยุทธ์ที่ดีที่สุดคือการชนะโดย ไม่ทำสงคราม เปรียบได้กับการตกลงกันล่วงหน้าระหว่างผู้ประกอบธุรกิจ

หรือที่เราเรียกว่าการฮั้วกันนั่นเอง กำหนดส่วนแบ่งทางการตลาดให้เรียบร้อย ไม่ตัดราคาเอง ได้กันทั้งคู่ แม้จะฟังดูเป็นไปได้ยากแต่ก็เป็นเรื่องที่สามารถทำกันได้

@clipmass

บทที่ 4 การวางตัวอยู่เหนือศัตรู

หนึ่งในกลยุทธ์การทำสงครามที่ซุนวูกล่าวไว้อย่างได้น่าสนใจก็คือการแสร้งวางตัวอยู่เหนือศัตรู ต่อให้เหนือกว่าหรือไม่เหนือกว่า ก็ต้องทำให้ตัวให้เรามีอำนาจศัตรูจะไม่กล้าเปิดศึกด้วย เปรียบได้กับการพัฒนาธุรกิจ

ที่ต้องมีการลงทุนพัฒนาสินค้าอยู่ตลอดเวลา ปรับปรุงสินค้าไม่ให้หยุดนิ่ง แม้เราจะประสบความสำเร็จอยู่แล้วแต่ก็จำเป็นต้องมีการเคลื่อนไหว แสดงตนว่าเราเหนือชั้นกว่า หรือถ้าเราเป็นรายเล็กก็สามารถอยู่เหนือ

คู่แข่งรายใหญ่ได้ด้วยการสร้างความไว้วางใจการสร้างสัมพันธ์ที่เข้าถึงได้ง่ายกว่ารายใหญ่

บทที่ 5 การจัดทัพ

การจัดทัพเป็นเรื่องที่ต้องให้ความสำคัญไม่แพ้เรื่องอื่นๆ แม่ทัพควรอยู่ในจุดสูงสุด คอยบัญชาการ ไม่ลงไปช่วยในทุกการรบ ทหารทุกหน่วยสามารถทำการรบเหมือนกันได้หมด เปรียบได้กับการสร้างองค์กร

ให้มีความแข็งแกร่งในทุกระดับ ผู้บริหารแข็งแกร่งลูกน้องก็ต้องแข็งแกร่ง ซึ่งทั้งหมดนี้ขึ้นอยู่กับการฝึกอบรม การพัฒนาคนภายในองค์กรทำงานแทนกันได้

@bloggang

บทที่ 6 การใช้จุดอ่อน จุดแข็ง

หลักการสงครามของซุนวูกล่าวไว้ว่าผู้จู่โจมก่อนคือผู้ชิงความได้เปรียบมาไว้ในกำมือ และถ้าอยากชนะสงครามต้องอ่านจุดอ่อนจุดแข็งของตนเองและศัตรูให้ออก เปรียบได้กับการทำการตลาดที่ต้องรุกให้ไว

อย่ารอช้าจนตลาดวาย น้ำขึ้นให้รีบตัก ศึกษาตามเก็บข้อมูลของฝ่ายตรงข้ามให้ดีที่สุดเพื่อคอยสังเกตจุดอ่อน เวลาทำการรุก จะได้โจมตีถูกเป้าหมาย ชัยชนะก็จะเกิดง่ายขึ้น

บทที่ 7 การพลิกแพลง

สิ่งที่ยากที่สุดในการทำสงครามก็คือการพลิกสถานการณ์ เปลี่ยนบทบาทจากการเป็นรองพลิกแพลงจนนำไปสู่ชัยชนะ เปรียบได้กับกลยุทธ์ในการทำธุรกิจที่ต้องมีความเหนือชั้นกว่าคู่แข่งสามารถพลิกแพลงได้

หลายรูปแบบ มีแผนหนึ่งอาจยังไม่พอ ต้องมีแผนสอง แผนสามตามมา สลับสับเปลี่ยนกันไปตามสถานการณ์ที่เกิดขึ้น ไม่มีอะไรเป็นข้อดีและข้อเสียถาวร

@posttoday

บทที่ 8 การเลือกกลยุทธ์

หัวเคลื่อนแบบไหนหางก็เคลื่อนแบบนั้น นี่คือหัวใจหลักในการกำหนดกลยุทธ์ ลูกน้องย่อมเดินตามแม่ทัพผู้วางยุทธศาสตร์ ถ้าล้มก็ล้มไปด้วยกันทั้งขบวน กลยุทธ์จึงเป็นหัวใจของการทำธุรกิจ แต่ที่สำคัญไม่แพ้กันก็คือ

ผู้กำหนดกลยุทธ์ ซุนวูกล่าวไว้ว่าผู้ที่เชี่ยวชาญในการกำหนดกลยุทธ์จะต้องไม่มี 5 พฤติกรรมเหล่านี้ ด่วนตัดสินใจ ขี้กลัว ใช้แต่อารมณ์ เย่อหยิ่ง และ ใจอ่อน

บทที่ 9 การเดินทัพ

หลักสำคัญในการเดินทัพก็คือการสังเกตสภาพการรอบข้าง เมื่อจะยกทัพข้ามเขาจะต้องเดินใกล้หุบเขาที่มีแหล่งน้ำและหญ้า เมื่อจะยกทัพผ่านเขตหนองบึงต้องรีบผ่านไปโดยเร็ว เปรียบได้กับการรู้จักพื้นที่

รู้จักสภาพรอบด้านในทิศทางที่เราจะมุ่งไปข้างหน้า หนองน้ำคืออุปสรรคทำให้เราก้าวไปได้ช้า เราจึงต้องรีบก้าวผ่าน การทำธุรกิจก็เช่นเดียวกัน ทิศทางที่มีอุปสรรคต้องรีบแก้ไข ผ่านไปให้ไวที่สุด

บทที่ 10 ภูมิประเทศ ชัยภูมิ

ลักษณะภูมิประเทศของซุนวูมีด้วยกัน 6 ลักษณะ ความได้เปรียบเสียเปรียบขึ้นอยู่กับการสภาพภูมิประเทศ เปรียบได้กับการกำหนด Location พื้นที่ของธุรกิจ พื้นที่ดีย่อมหนุนนำให้ธุรกิจไปในทิศทางที่ดี

โดยเฉพาะธุรกิจร้านค้าหรือร้านอาหาร Location เป็นเรื่องที่มีความสำคัญเป็นอย่างมาก รวมไปถึงเรื่องของ Position การวางตำแหน่งสินค้าก็มีความสำคัญไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากัน

บทที่ 11 พื้นที่ 9 ลักษณะ

พื้นที่ยุทธศาสตร์ทางการทหารของซุนวูแบ่งเป็น 9 ประเภท แต่ละพื้นที่ก็มีความต่างในวิธีการรบที่ต่างกันออกไป เช่น พื้นที่ขวัญเสีย พื้นที่หนีง่าย พื้นที่แย่งชิง พื้นที่สะดวก เปรียบได้กับการรู้ว่าจุดที่ตัวเองยืนอยู่คือจุด

ไหน การทำธุรกิจ การลงทุน คือความเสี่ยง แต่ถ้าเรารู้จุดที่ตัวเองอยู่ก็จะสามารถประเมินสถานการณ์กระจายความเสี่ยง กำหนดทางหนีทีไล่ได้ดีขึ้นกว่าเดิม

บทที่ 12 การใช้ไฟ

ไฟคือสิ่งอันตราย การใช้ไฟคือความเสี่ยงในการใช้กลยุทธ์ แต่ถ้าทำสำเร็จไฟก็จะให้คุณ ตอบแทนเราได้คุ้มค่ากับความเสี่ยงที่ต้องเผชิญจากการใช้ไฟ เปรียบได้กับ การดึงพันธมิตรเข้ามาเพิ่มขีดความสามารถใน

การแข่งขัน เป็นการป้องกันการบุกของคู่แข่งในระยะยาว เสริมศักยภาพให้กับธุรกิจ แต่คงอย่าลืมว่าพันธมิตรเหล่านี้ก็เปรียบเสมือนไฟ ความเสี่ยงในการทำธุรกิจก็เพิ่มมากขึ้นกว่าเดิม

บทที่ 13 การใช้สายลับ

สายลับในความหมายของซูนวูคือผู้ให้ข่าวสารข้อมูลของฝ่ายตรงข้าม ทำให้เรารู้สภาพของข้าศึก และนำมาปรับใช้ในการดำเนินกลยุทธ์ได้อย่างถูกวิธี เปรียบได้กับ การแฝงตัวเข้าไปล่วงความลับในการทำธุรกิจ

ของคู่แข่ง รู้ว่าเค้าทำอะไรอยู่ รู้เค้ารู้เรา แม้จะฟังดูเป็นกลยุทธ์ที่ค่อนข้างขี้โกง แต่เราก็ไม่สามารถปฏิเสธได้เลยว่าการใช้กลยุทธ์แบบนี้ไม่มีอยู่จริง อาจจะแค่เปลี่ยนจากรูปแบบจากสายลับไปเป็น Hacker เท่านั้นเอง

@bloggang

ทั้งหมดนี้คือเนื้อหาคัดย่อจากตำราพิชัยสงครามซุนวู ยกตัวอย่างกันให้ดูเพียงเล็กน้อย แต่ก็พอเห็นภาพตำราเล่มนี้ ที่มีความยิ่งใหญ่ข้ามกาลเวลาหลายพันปี ทั้ง 13 บท เปรียบได้กับแนวทางสู่ความสำเร็จ

ประยุกต์สิ่งรอบตัวให้กลายเป็นกลยุทธ์ได้ทุกรูปแบบ ซึ่งแน่นอนว่าการรู้เพียงอย่างเดียวย่อมไม่อาจพาเราไปสู่จุดหมายได้ การขัดเกลาความรู้ต่างหากที่จะนำเราสู่ชัยชนะที่แท้จริง ตำราพิชัยสงครามซุนวู

เป็นเพียงเครื่องมือที่จะพาเราก้าวไปได้เร็วยิ่งขึ้นกว่า

@youtube

lifecumentary Tips : พระพุทธเจ้าให้ 7 หลักสำคัญ เพื่อการบริหารงาน, ทำงานเป็นทีม ให้สำเร็จอย่างยั่งยืน

ขอขอบคุณข้อมูล @Brandthink

Facebook Comments