คลิปประทับใจ! สุนัขเดินตามคณะพระธุดงค์ ข้ามน้ำข้ามเขา จ.ตาก

ภาพน่าประทับใจ เมื่อสุนัขตัวหนึ่งเดินติดตามพระสงฆ์ธุดงค์ ข้ามน้ำข้ามเขา ไม่ย่อท้อ ใครเห็นก็พากันแปลกใจกับสุนัขตัวนี้ พระสงฆ์และสามเณร จำนวน 216 รูป เริ่มเดินเท้าในโครงการธุดงค์ ธรรมะห่มดอย

จากอำเภอสบเมย จังหวัดแม่ฮ่องสอน  เข้าสู่อำเภอท่ายาง และอำเภอแม่ระมาด จังหวัดตาก มุ่งหน้าสู่จังหวัดเชียงใหม่ ด้วยระยะทางการเดินในป่าบนดอย ประมาณ 329 กิโลเมตร

โดยเริ่มตั้งแต่วันที่ 26 พฤศจิกายนที่ผ่านมา ตลอดการเดินเท้าธุดงค์ของพระภิกษุและสามเณร ทั้ง 216 รูปนั้น ต้องเดินเท้าขึ้นเขาลงห้วย ซึ่งเป็นบททดสอบเส้นทางแห่งความทุกข์ที่จะพิสูจน์จิตใจ

ต้องใช้ความอดทน และความเพียร ในการเดินด้วยระยะทางไกล บางจุดอาจเจอทากดูดเลือด พระเณรบางรูปเท้าได้รับบาดเจ็บเป็นแผล ท่ามกลางความศรัทธาของชาวบ้านบนดอยสูงที่ทราบข่าว ก็มารอใส่บาตรทำบุญ

ตลอดเส้นทาง และไม่เพียงแต่จะมีพระภิกษุ สามเณร ที่ออกเดินธุดงค์เท่านั้น ยังมีสุนัขที่ติดตามพระเณรอีกด้วย โดยมันกำลังข้ามลำห้วย ซึ่งมีกระแสน้ำเชี่ยวแรง เจ้าสุนัขเดินอย่างทุลักทุเล เกือบเอาตัวไม่รอด

แต่ก็พยายามอย่างสุดความสามารถ เพื่อจะเดินข้ามสะพานไม้ไผ่ไปให้ได้ จนมันสามารถข้ามฝั่งมาได้อย่างปลอดภัย

อนึ่ง การเดินธุดงค์นั้นนับเป็นอริยะประเพณีมาแต่สมัยพุทธกาล ด้วยวัตถุประสงค์ว่า …

พระธุดงค์ท่านเดิน ทำให้ไม่ติดที่ และเป็นการฝึกทำสมาธิ(Meditation)ในอิริยาบถเดินไปด้วย เพราะการทำสมาธิสามารถทำได้ทุกอิริยาบถ ยืน เดิน นั่ง หรือแม้คนป่วย หรือคนจะหลับก็นอนทำสมาธิได้

เพราะฉะนั้นทำได้ทุกอิริยาบถ แต่เราจะใช้อิริยาบถหลักคือการนั่งนั่นเอง เพราะถ้าเกิดนอนทำก็จะเผลอหลับได้ง่าย และจริงๆ แล้ว ขณะที่เดินนั้นต้องแบ่งใจมาให้กับการเคลื่อนไหวอิริยาบถด้วย ดังนั้นจะทำสมาธิได้

ยากกว่าตอนนั่งนิดนึง แต่มีข้อดีคือ ทำให้ดึงสติได้ดี กว่าตอนนั่งหลับตา เนื่องจากไม่ต้องระวังอิริยาบถบางทีใจไปคิดนั้นคิดนี่ บางคนทำสมาธิตอนเดินทำได้ดีก็มี

เพราะฉะนั้น พระธุดงค์ท่านเอง ก่อนจะไปเดินธุดงค์ท่านก็ฝึกทำสมาธิอย่างจริงจัง จนกระทั่งได้สมาธิระดับนึง แล้วตอนเดินก็เป็นการประคองสติ โดยเฉพาะมีญาติโยมอยู่ด้วยก็ยิ่งจะต้องมีความสงบ สำรวมมากยิ่งขึ้น

เพราะฉะนั้นก็จะมีข้อดีหลายด้าน ในส่วนของพระ ท่านก็จะจาริกไปเรื่อยๆ แต่ละวันไม่ได้เดินซ้ำที่เดิม ทำให้ไม่ติดที่ และเป็นการสร้างศรัทธาในพระรัตนตรัย คือ พระพุทธ พระธรรม พระสงส์ ให้เกิดขึ้นกับญาติโยม

เป็นกรณีสำคัญอีกประการหนึ่งของพระสงส์ ในฐานะเป็นเนื้อนาบุญ เพราะเมื่อเห็นพระธุดงค์เดินมาโยมก็ดีใจ จิตใจก็ได้ระลึกนึกถึงพระรัตนตรัย นึกถึงการทำความดี ประโยชน์ก็เกิดขึ้นหลายสถาน

ในสมัยพุทธกาล ในยามที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าเสด็จเดินทาง พระเจ้าพิมพิสารจะทรงรับสั่งให้ตั้งขบวนรับเสด็จในทุกๆ 1 โยชน์ โดยการจัดเตรียมศาลาที่พัก ปัดกวาดทำความสะอาดถนนหนทาง

โปรยดอกไม้ของหอม เป็นโอกาสที่ประชาชนจะได้บูชาพระพุทธเจ้า และพระภิกษุสงส์ที่ตามเสด็จ ด้วยของที่เตรียมมา ถือว่าเป็นได้โอกาสในการทำบุญ แบบพระมาโปรดถึงบ้าน

ผู้คนปีติยินดีช่วยกันจัดเตรียมที่ทางด้วยความสุขเบิกบานใจ และการเดินธุดงค์นั้น ไม่ได้มีเฉพาะในสมัยพระสมณโคดมสัมมาสัมพุทธเจ้าองค์ปัจจุบันเท่านั้น

แต่เป็นอริยประเพณีที่ทำกันมาในสมัยของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทุกๆ พระองค์ การเดินธุดงค์ จะเดินหลังออกพรรษาไปแล้ว และพระภิกษุจะเดินไปทั้งในป่าและในเมือง

เมื่อเดินผ่านไปในป่าก็เป็นประโยชน์แก่พระภิกษุ เพราะธรรมชาติสงบร่มรื่น การฝึกสมาธิก็เป็นไปได้ง่าย  สภาพแวดล้อมมีความสงบสงัดเหมาะต่อการปฏิบัติธรรม

และเมื่อผ่านเมือง หมู่บ้าน หรือชุมชน ถือเป็นการมุ่งเอาประโยชนแก่สังคมส่วนรวม คือ เป็นประโยชน์ต่อประชาชนชาวเมืองนั้นๆ เพราะ การเห็นสมณะ นั้น พระพุทธเจ้าทรงตรัสในมงคลสูตรว่าเป็นมงคลของชีวิต …

เพราะเป็นโอกาสที่ประชาชนได้บำเพ็ญบุญ คือ ถวายการต้อนรับแก่พระภิภษุ ได้โอกาสฟังธรรมะ ทำให้ได้ข้อคิดได้ปัญญาและกำลังใจในการใช้ชีวิตในทางที่ถูกต้อง เป็นต้น

เช่น เมื่อครั้งที่ พระสัมมาสัมพุทธเจ้า และพระภิกษุสงฆ์เป็นพันๆ รูป จาริกไปโปรดหมู่ญาติที่กรุงกบิลพัสดุ์ ก็จาริกผ่านป่าเข้าสู่เมือง พระราชา พระมหากษัตริย์ ข้าราชบริพาร ประชาชน ชาวบ้านทั้งหลายต่างออกมา

@wikimedea

ถวายการต้อนรับ ความเลื่อมใสศรัทธา ในพระรัตนตรัยก็เกิดขึ้นในใจของมหาชนทั้งเมืองที่ได้พบได้เห็น ได้ฟังธรรม ได้โอกาสบำเพ็ญบุญ บรรยากาศเต็มไปด้วยความเป็นกุศลปีติเบิกบาน หลายคนได้บรรลุธรรม

หลายคนได้ถือพระรัตนตรัยเป็นที่พึ่งที่ระลึก มหาชนทั้งหลายกลายเป็นผู้มีสัมมาทิฏฐิ มีความเห็นถูกในเรื่องของโลกและชีวิตตามความเป็นจริง และก็ใช้ชีวิตได้ถูกทาง ดำรงชีวิตได้อย่างมีคุณค่า

สมกับที่เกิดมาเป็นมนุษย์ ได้พบพระพุทธศาสนา ของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า

lifecumentary  เรียบเรียง

ขอบคุณภาพจาก Facebook อรุณเมธี พุทธิภัทรานันท์
ขอบคุณข้อมูลจาก  News.ch7.com

Facebook Comments