สันนิบาตอาหรับประณามการตัดสินใจของ “โดนัลด์ ทรัมป์” ที่ยอมรับเยรูซาเลมเป็นเมืองหลวงอิสราเอล !

สันนิบาตอาหรับประณามการตัดสินใจของโดนัลด์ ทรัมป์ ที่ยอมรับเยรูซาเลมเป็นเมืองหลวงอิสราเอล ที่ประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศสันนิบาตอาหรับ ซึ่งประกอบด้วย 22 ประเทศในตะวันออกกลางและแอฟริกา

รวมถึงพันธมิตรสำคัญขอ’สหรัฐฯอย่างซาอุดีอาระเบีย สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และจอร์แดน ออกมติแสดงความไม่พอใจการตัดสินใจของ สหรัฐฯ

สันนิบาตอาหรับประณามการตัดสินใจยอมรับเยรูซาเลมเป็นเมืองหลวงอิสราเอลของโดนัลด์ ทรัมป์ ว่าทำให้ตะวันออกกลาง ต้องปั่นป่วนวุ่นวาย ขณะที่เกาหลีเหนือก็ออกมาประณามสหรัฐฯกรณีเยรูซาเลมว่า

เป็นการตัดสินใจของคนแก่สติฟั่นเฟือน …

ที่ประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศสันนิบาตอาหรับ ซึ่งประกอบด้วย 22 ประเทศในตะวันออกกลางและแอฟริกา รวมถึงพันธมิตร สำคัญขอ’สหรัฐฯอย่างซาอุดีอาระเบีย

สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และจอร์แดน ออกมติแสดงความไม่พอใจการตัดสินใจรับรองเยรูซาเลมเป็นเมืองหลวงอิสราเอล ของนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ โดยประณามว่าการตัดสินใจแสดงจุดยืนดังกล่าว

เป็นการผลักตะวันออกกลางเข้าสู่ความรุนแรงและความปั่นป่วนวุ่นวาย  นอกจากนี้ สันนิบาตอาหรับยังยืนยันด้วยว่าการตัดสินใจดังกล่าว ซึ่งเท่ากับยุติจุดยืนเป็นกลางที่สหรัฐฯมีต่อปัญหาความขัดแย้ง

อิสราเอล-ปาเลสไตน์ ทำให้สหรัฐฯไม่สามารถเป็นตัวกลางไกล่เกลี่ยเพื่อสร้างสันติภาพในตะวันออกกลาง และคลี่คลายความขัดแย้งระหว่างอิสราเอลและปาเลสไตน์ได้อีกต่อไป โดยหลังจากนี้สันนิบาตอาหรับ

จะขอให้ที่ประชุมคณะมนตรีความมั่นคงสหประชาชาติ หรือ UNSC ออกมติประณามจุดยืนของสหรัฐฯ แม้จะเป็นไปได้ยากเนื่องจากสหรัฐฯสามารถใช้สิทธิ์ในฐานะสมาชิกถาวรของ UNSC วีโตหรือยับยั้งมติดังกล่าวได้

ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 8 ธันวาคมที่ผ่านมา ที่ประชุมฉุกเฉิน UNSC สหรัฐฯถูกโดดเดี่ยวจากสมาชิกอีก 14 ชาติที่เหลือ โดยทั้งหมด ประณามการตัดสินใจของนายทรัมป์ ทำให้นิกกี เฮย์ลี ผู้แทนสหรัฐฯประจำสหประชาชาติ

ประณาม UN ว่าเป็นองค์กรที่ตั้งตัวเป็นศัตรูหลักกับอิสราเอลผู้ประท้วงชาวปาเลสไตน์ถูกทหารอิสราเอลยิงแก๊สน้ำตาใส่ในการประท้วงใหญ่เพื่อต่อต้านการตัดสินใจของนายทรัมป์เมื่อสุด สัปดาห์ที่ผ่านมา

การปราบปรามการประท้วงทำให้มีผู้บาดเจ็บกว่า 50 คนและถูกจับกุมจำนวนมาก อิสราเอลประกาศให้เยรูซาเลมเป็นเมืองหลวงของประเทศตั้งแต่ปี 1980 แต่ปาเลสไตน์ต้องการให้เยรูซาเลมตะวันออก

ซึ่งถูกอิสราเอลยึดครองไปในสงครามปี 1967 เป็นเมืองหลวงของประเทศปาเลสไตน์ในอนาคต โดยที่ผ่านมา สหรัฐฯชะลอการ ตัดสินใจยอมรับให้เยรูซาเลมเป็นเมืองหลวงของปาเลสไตน์มาโดยตลอด

และยังไม่ยินยอมย้ายสถานทูตสหรัฐฯจากเทลอาวีฟไปยังเยรูซาเลม จนกระทั่งนายทรัมป์ตัดสินใจสั่งย้ายสถานทูตพร้อมกับรับรองสถานะเยรูซาเลมว่าเป็นเมืองหลวงของอิสราเอล  โดยยืนยันว่าทำตามสัญญาที่ให้ไว้

ในระหว่างหาเสียง และไม่ต้องการปฏิเสธความจริงที่ปรากฏชัดเจนมานานแล้ว แต่นายทรัมป์ย้ำว่าสหรัฐฯยังรักษาจุดยืนสนับสนุนนโยบาย “2 รัฐชาติ” คือการอยู่ร่วมกันอย่างสันติระหว่างอิสราเอลและปาเลสไตน์ต่อไป

อย่างไรก็ตาม การตัดสินใจของนายทรัมป์ถูกวิพากษ์วิจารณ์จากทั่วโลก โดยเฉพาะชาติมุสลิมที่ให้การสนับสนุนปาเลสไตน์ แม้แต่เกาหลีเหนือ ล่าสุดก็ออกแถลงการณ์ประณามนายทรัมป์ว่าเป็นคนสติไม่ดีที่แก่ชรา

จนฟั่นเฟือน จึงตัดสินใจยอมรับให้เยรูซาเลมเป็นเมืองหลวงของอิสราเอล และแสดงให้เห็นว่าใครกันแน่ที่เป็นตัวการในการทำลายสันติภาพโลก และเป็นรัฐอันธพาลในประชาคมระหว่างประเทศ

ขอบคุณข้อมูล voice tv

ข้อมูลเพิ่มเติม : ความขัดแย้ง อิสราเอล-ปาเลสไตล์

Facebook Comments