พระพุทธเจ้าทรงห้าม! 4 เรื่อง,คิดแล้วอาจเป็นบ้า!…แล้วคิดเรื่องอะไรจึงจะได้ดีทุกชาติ!

อจินไตย แปลว่า เรื่องที่ไม่ควรคิด เพราะเกินภูมิปัญญาของมนุษย์(ที่ยังถูกครอบงำด้วยกิเลส ความมืดของความไม่รู้ของอวิชชา) ที่จะใช้ความคิดปกติไปคิดได้ คิดแล้วจะมีส่วนแห่งความเป็นบ้า

แม้การตั้งประเด็นปัญหา รวบรวมข้อมูล ทดลองวิจัย สุดท้ายก็สรุป, ก็ใช้ไม่ได้กับเรื่องอจินไตย

สิ่งที่เป็นอจินไตยมีทั้งหมด ๔ เรื่องใหญ่ ๆ คือ

๑.พุทธวิสัย คือ เรื่องที่เป็นเรื่องใหญ่ของพระพุทธเจ้า เช่น พระพุทธเจ้าทรงมีพระสัพพัญญุตญาณ ทรงรู้แจ้งโลก มนุษย์เราทั่วไปเป็นคนมีปัญหา เมื่อมีปัญหาแล้วไม่รู้คำตอบก็ต้องพยายามแสวงหาคำตอบ

กว่าจะได้คำตอบบางทีเป็นปี บางทีเป็นสิบเป็นร้อยเป็นพันปี หาทั้งชีวิตก็ไม่เจอ แต่พระพุทธเจ้าไม่ใช่ สำหรับพระองค์คำตอบมีมากกว่าคำถามเวลามีใครถามปัญหา ถามปุ๊บ พระองค์ทรงตอบทันที

ไม่ต้องเสียเวลาวิเคราะห์วิจัย เพราะทรงมีพระสัพพัญญุตญาณ รู้แจ้งสรรพสิ่ง ในเวลาเสี้ยววินาที ทรงระลึกชาติของสรรพสัตว์ทั้งหลายได้ล้านชีวิต ล้านชาติ คือ แต่ละคนรู้เป็นล้าน ๆ ชาติ

เรื่องนี้เราจะมาคิดด้วยเหตุผลธรรมดาไม่มีทางคิดออก เพราะเป็นพุทธวิสัย

๒.ฌานวิสัย คือ วิสัยของผู้มีฌาน เช่น การเหาะได้ เราคิดออกไหม ตามปกติต้องมีแรงโน้มถ่วง ถ้าไม่มีเครื่องบิน ไม่มีจรวด แล้วเหาะไปได้อย่างไร แต่ท่านเหาะไปแล้ว หรือการหายตัวก็เหมือนกัน หายตัวไปได้อย่างไร

อยู่ ๆ เดินทะลุกำแพงไปได้อย่างไร คิดหาเหตุผลให้หัวแตกก็คิดไม่ออก ท่านบอกว่าอย่าไปคิด คิดแล้วจะมีส่วนแห่งความเป็นบ้า เป็นวิสัยของผู้มีฌานสมาบัติ ไม่ต้องถึงขนาดพระพุทธเจ้าหรอก

๓.กรรมวิสัย คือ วิสัยของกฎแห่งกรรมการให้ผลของกรรมซับซ้อนมาก บางคนนึกว่าการทำกรรมดีเหมือนมีเงินฝาก ทำกรรมชั่วเหมือนถอนเงินมาใช้ มีตัวแดงขึ้น ถึงคราวหลับตาลาโลก ก็เอาตัวดำตัวแดงมาเทียบกันดู

ถ้าตัวดำเยอะ บุญมากกว่าบาปก็คงไปสวรรค์ถ้าตัวแดงเยอะ บาปมากกว่าบุญก็คงไปนรกแต่ในความเป็นจริงการให้ผลของกรรมไม่ได้ง่ายอย่างนั้น บางคนเคยทำบาปกรรมมามากแต่ก่อนตายมีพระมาโปรด

จิตก็เลยผ่องใสไปสวรรค์ก่อน แต่บาปกรรมที่ทำไว้ ก็ไม่ได้หายไปไหน เมื่อไรผลบุญตรงนั้นหมด จากเทวดาไม่ได้มาเกิดเป็นคนนะ สามารถตกนรกได้เลยเรื่องของกรรมมีความซับซ้อน

ทั้งกรรมดีกรรมชั่วอยู่ในใจของเรา รอจังหวะแสดงผล … ถ้ากรรมชั่วแสดงผลก็เหมือนระเบิดเวลาตูมขึ้นมาก็เกิดเหตุเภทภัย บางทีถึงขั้นเสียชีวิตบางคนทำดีมาตลอดทำไมอยู่ ๆ เกิดอุบัติเหตุตาย

หรือถูกลงโทษกลั่นแกล้งจนตาย ทำไมทำดีไม่เห็นได้ดี บางคนคิดอย่างนี้ สิ่งที่เขาเจอแม้ไม่สมควรแก่เหตุในปัจจุบัน แต่สมควรแก่กรรมที่เขาเคยทำมาในอดีต เพราะในอดีตเขาเคยทำกรรมไม่ดีเอาไว้

ถึงคราวพอระเบิดตูมเกิดเรื่องเลย ถ้าเราจะไปคิดเรื่องกรรมแล้วละก็เป็นบ้าเปล่า เพราะมันซับซ้อนมาก จะเข้าใจเรื่องนี้ได้ต้องตั้งใจนั่งสมาธิจนกระทั่งเกิดญาณทัสนะ แล้วไปดูตอนนั้นถึงจะเข้าใจ

ไม่ใช่รู้ด้วยจินตมยปัญญาหรือปัญญาจากความคิดแต่เข้าใจด้วยภาวนามยปัญญา คือ ปัญญาจากการทำสมาธิภาวนาที่เรียกว่ารู้แจ้ง ถึงจะเข้าใจสิ่งเหล่านี้ได้

๔.โลกวิสัย คือ เรื่องของโลก เช่น โลกนี้โลกหน้ามีไหม นรกสวรรค์มีจริงหรือเปล่าเป็นต้น คิดให้หัวแตกก็คิดไม่ออก ถ้าอยากรู้ต้องนั่งสมาธิจนเกิดญาณทัสนะแล้วค่อยไปดู

ทั้งหมด ๔ หัวเรื่องใหญ่นี้เป็นเรื่องที่ไม่ควรคิด คิดแล้วจะมีส่วนแห่งความเป็นบ้า สิ่งที่มนุษย์ธรรมดาอย่างเราควรคิดควรทำคือ ตั้งใจ ทำดี ทั้งความคิด คำพูด การกระทำ ขัดเกลาจิตใจตนเองด้วยการเป็นผู้ให้

เพื่อกำจัดความตระหนี่เห็นแก่ตัว ประพฤติตัวอยู่ในศีลสมกับที่เกิดเป็นมนุษย์จิตใจสูง ประพฤติปฏิบัติธรรมชำระจิตใจให้พ้นจากอำนาจของกิเลสอาสวะตัณหาราคะทั้งหลาย จนมีความบริสุทธิ์กาย วาจา ใจ

อย่างกลั่นกล้าแล้วเกิดญาณทัสนะ จึงจะไปรู้ไปเห็นและเข้าใจเรื่องราวต่างๆที่เป็นอจินไตย เหนือวิสัยสติปัญญาของคนธรรมดาๆ ได้

ถึงตรงนี้ ขอสรุปอีกครั้ง เพื่อให้เกิดความเข้าใจชัดขึ้นว่า อจินไตย แม้เป็นเรื่องเหนือสติปัญญาของคนธรรมดา แต่ไม่ได้หมายความว่า คนธรรมดาจะไม่มีสิทธิ์ที่จะเข้าใจ, ทั้งนี้ เพราะ ผู้ที่ไปถึงความเป็น อจินไตย

ก็เคยเป็น มนุษย์ธรรมดา มาก่อนเหมือนเราท่าน, แต่ท่านเหล่านั้น ไม่ได้เสียเวลานึกๆ คิดหรือถกเถียงกันไปวันๆ … สิ่งสำคัญ คือ ท่านลงมือฝึกฝนจิตใจตนเอง จนกระทั้ง มีคุณสมบัติที่เลิศ และเข้าถึงความเป็นอจินไตย,

ก็แปลว่า มนุษย์ธรรมดาอย่างเราท่าน ก็สามารถที่จะฝึกฝนขัดเกลาจิตใจตนเอง ให้มีคุณสมบัติอย่างท่านเหล่านั้น ที่ประสบความสำเร็จในกาลก่อนได้ ! (ตอนนี้ เอาศีล 5 ข้อ ให้บริสุทธิ์ให้ได้ก่อน! ถ้าจะว่ากันซื่อๆ )

ฉะนั้นแล้ว, ณ จุดนี้ อะไรที่ควรคิด ควรรู้ ควรศึกษา หรือ ควรทำ ? ก็กลับมาพิจารณาความจริงในชีวิตที่เราเผชิญอยู่ทุกลมหายใจคือ ความทุกข์จาก การเกิด แก่ เจ็บ ตาย! ฉะนั้น สิ่งสำคัญเร่งด่วนที่สุด คือ

แก้ทุกข์ของเราให้ได้ก่อน เป็นอันดับแรก ! ดังที่ พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงตรัสอุปมาไว้ว่า …

… ชายผู้ถูกยิงด้วยธนู อาการสาหัส สิ่งที่ควรทำอย่างแรกคือ ถอนธนูออกจากร่างกาย แล้วรักษาบาดแผลให้หาย เพื่อรักษาชีวิตให้รอด แต่หากชายผู้นั้นเป็นคนเขลา กลับมุ่งสงสัย ใคร่รู้ว่า “วิถีธนู

มาจากทิศไหน ใครเป็นผู้ยิงเขา ยิ่งไปทำไม ยิ่งเพื่ออะไร ลูกธนูทำจากอะไร … ฯลฯ” แล้วไปแสวงหาคำตอบเหล่านั้นก่อนโดยที่ไม่ถอนธนูออก แน่นอนว่าในที่สุดเขาก็ต้องตายโดยที่ยังไม่ได้คำตอบอะไรทั้งสิ้น… !

ทุกข์มนุษย์ ที่ต้องเร่งแก้ไม่ว่าจะเป็น … ความเจ็บป่วยทั้งร่างกาย และจิตใจ ความลำบากยากจน ทุกข์เพราะความโลภ ความอยากที่ไม่มีวันพอ ที่ต้องดิ้นรนเดือดร้อน ทุกข์เพราะความโกรธจนโลกมีแต่เรื่องทะเลาะ

แย่งชิงทำร้ายกันไปทั่วโลกตั้งแต่ในบ้านจนกระทั้งสงครามระหว่างประเทศ ทุกข์เพราะความโง่หรือความหลงเห็นผิดเป็นถูก เห็นถูกเป็นผิด ทำให้ใช้ชีวิตผิดๆ และส่งผลร้ายต่อชีวิตทั้งในปัจจุบันยันอบายภูมิ …

เช่น คิดว่า ผลของความชั่วที่ทำแล้วไม่ส่งผล เพราะไม่เคยเห็นกระบวนการส่งผลของมัน ว่ามันทำงานยังไง ก็เลยไม่กลัวบาป เมื่อไม่กลัวก็ไปทำบาปทั้งคิดชั่ว พูดชั่ว ทำชั่ว … ผลชั่วก็ดึงชีวิตให้ตกต่ำ มีชีวิตที่ยากจน

เจ็บป่วย ถูกทำร้าย เจออุบัติเหตุเภทภัยสารพัด วนอยู่ในกองทุกข์อยู่ร่ำไป …  สิ่งที่เราต้องเร่งศึกษาหาความรู้ หาความเข้าใจ และลงมือทำให้แจ่มแจ้งเชิงประจักษ์ด้วยตัวเอง เช่น

-ฝึกเป็นผู้ให้ ให้การช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์การเป็นคนมีน้ำใจ จะทำให้ชีวิตเราและเพื่อนมนุษย์ดีขึ้นอย่างไร? และเราควรจะเป็นผู้ให้สิ่งดีๆ แก่ตัวเอง แก่เพื่อนมนุษย์ แก่เพื่อนบ้าน แก่ชุมชน

สังคมที่เราอยู่หรือแก่โลก อะไร-อย่างไรบ้าง ?

-การดำรงตนให้เป็นมนุษย์ปกติที่มีใจสูง ไม่ทำร้ายคนอื่นไม่ว่าคนหรือสัตว์ ไม่คดโกงไม่ขโมย ไม่แย่งคนรัก ของรัก หรือทำผิดลูกเมียคนอื่น ไม่โกหกไม่ด่าว่าส่อเสียดคนอื่นให้เสียหายหรือทำลายกำลังใจใครด้วยคำพูด

ไม่ทำลายสติ,ปัญญา,เกียรติ,และสุขภาพกาย-ใจของตัวเอง และคนที่รัก ด้วยของมึนเมาต่างๆ … ลองมาศึกษาและปฏิบัติตัว เอาจริงเอาจังกับหลักการเหตุผลเหล่านี้ดูว่า ถ้าเรา และเพื่อนร่วมบ้าน ร่วมที่ทำงาน

ร่วมสังคมทุกระดับทำตัว แบบนี้ มีความประพฤติแบบนี้ มันจะเกิดผลดีหรือส่งผลให้บรรยากาศในบ้านในเมือง หรือ กระแสสังคม กระแสโลก มันจะเป็นยังไง ?

ดังนี้เป็นต้น … ที่คนธรรมดาอย่างเราควรคิด ควรพูด ควรทำ เพราะคิดแล้ว พูดแล้ว ทำแล้วช่วย ให้เราพ้นจากความทุกข์กาย ทุกข์ใจ พ้นจากทุกข์ภัยที่นำความโศกเศร้าเดือดร้อนมาให้เรา ทั้งในปัจจุบัน และในอนาคต

แม้ข้ามชาติ … ดีกว่าไหม ?

Lifecumentary เรียบเรียง

ขอบคุณข้อมูล พระมหาสมชาย ฐานวุฑฺโฒ (M.D.; Ph.D.)

ศึกษาข้อมูลเพิ่มเติม(คลิก) : ปัญหาของอจินไตย ๔ ข้อ

Facebook Comments