ทำดีต้องได้ดี! ทำชั่วได้ดี ไม่มีในภพ 3 ! กรรมดี กรรมชั่ว ส่งผลยังไง ? ภาค 3

กรรมภาค 3 กรรมให้ผลตามกาลเวลา ( ท่านผู้อ่านที่รักสามารถคลิกอ่าน กรรมภาค 1   และ  กรรมภาค 2 ได้ที่นี่ค่ะ ) … เราก็เข้าสู่ กรรมภาค 3 … กันเลยนะคะ ดังนี้ค่ะ

1.กรรมที่ให้ผลในปัจจุบัน ( ทิฏฐธรรมเวทนียกรรม )  คือ เป็นกรรมที่มีกำลังมาก ให้ผลรวดเร็วเป็นปัจจุบันทันด่วน ไม่ว่าจะเป็นกรรมดี หรือ กรรมชั่ว โดยไม่ต้องรอรับผลในชาติหน้าหรือชาติไหน

เป็นกรรมที่ให้ผลทันตาเห็น ถ้าไม่ให้ผลในปัจจุบันชาตินี้ ก็จะกลายเป็นอโหสิกรรมไปทันที มี 2 แบบ คือ

1.1 ส่งผลภายใน 7 วัน  ดังตัวอย่างสมัยพุทธกาล  …  กรรมฝ่ายดี เช่น เรื่องของ ภรรยา ของ กาฬวฬิยะ ซึ่งเป็นคนยากจนมาก ได้นำอาหารที่แม้หามาได้ยาก ถวายแก่พระมหากัสสปะพี่พึ่งออกจากนโรธสมาบัติ

และ กาฬวฬิยะก็มีจิตอนุโมทนาด้วย อานิสงส์ของกุศลใหญ่นี้ ทำให้ 2 สามีภรรยา ใน 7 วันต่อมา ได้ สมบัติอัศจรรย์ กลายเป็นมหาเศรษฐีของเมือง

ทางฝ่ายกรรมชั่ว ก็เช่น พระเจ้าสุปปพุทธะ ที่ถูกธรณีสูบภายใน 7 วัน หลังจากที่ปิดทางบิณฑบาต ของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเพราะผูกอาฆาตไว้

1.2 ส่งผลหลังจากที่กระทำไว้แล้วเกิน 7 วัน ภายในปัจจุบันชาติ โดยไม่ว่าจะเป็นกรรมดี หรือ กรรมชั่ว, คนที่ทำจะได้รับผลในวัยเด็ก, วัยกลางคน, หรือ วัยชรา, ภายในชาติปัจจุบัน

กรรมที่ให้ผลในปัจุบัน (ทิฏฐธรรมเวทนียกรรม) จะสามารถให้ผลได้นั้น จะต้องประกอบด้วยลักษณะ 4 ประการ ดังนี้

-ไม่ได้ถูกตัดรอนจากกรรมที่ตรงข้ามกัน คือ กรรมดี ก็จะต้องไม่ถูกตัดรอนด้วยกรรมชั่ว หรือ กรรมชั่ว ก็ไม่มีกรรมดีไปลบล้างได้ แต่ถ้ากรรมฝ่ายตรงกันข้ามสามารถมาตัดรอนได้ กรรมนั้นๆ ก็จะกลายเป็นอโหสิกรรมไป

-กรรมที่มีกำลังเป็นพิเศษ เพราะได้รับแรงหนุนจาก วิบัติ 4 ประการ และ สมบัติ 4 ประการ ซึ่งถ้าเป็นทิฏฐธรรมเวทนียกรรมฝ่ายกุศลกรรม ก็ต้องประกอบด้วยสมบัติ 4 ประการ จึงจะให้ผลแก่บุคคลที่กระทำกุศลกรรมได้

* วิบัติ 4 ประการ คือ 1. เกิดในทุคติภูมิ 2. ผู้ที่เกิดมามีร่างกายที่พิการไม่สมประกอบ  3. การได้เกิดในยุคสมัยที่พระราชาเป็นมิจฉาทิฐิ ไม่รู้คุณค่าของพระพุทธศาสนา  4. การประกอบความเพียรในทางที่ผิด.

** สมบัติ 4 ประการ คือ 1. การได้เกิดในสุคติภูมิ 2. ผู้ที่เกิดมามีร่างกายที่สมบูรณ์ ไม่พิกลพิการ 3. การได้เกิดในยุคสมัยที่บ้านเมืองร่มเย็นเป็นสุข พระราชาเป็นสัมมาทิฐิ รู้คุณค่าพระพุทธศาสนา

4. การประกอบความเพียรพยายามในทางที่ถูกต้อง

*** แต่ถ้าผู้ทำอกุศลกรรมไว้ แต่เป็นผู้มีสมบัติ 4 ประการ อกุศลแบบส่งผลในปัจจุบัน จะไม่สามารถให้ผลแก่บุคคลที่กระทำอกุศลกรรมได้

-กรรมที่มีกำลังแรงมากด้วยอำนาจแห่งปุญญาภิสังขาร หมายความว่า บุคคลที่มีความตั้งใจเพียรพยายามที่จะทำ กรรมดี หรือ กรรมชั่ว จิตในขณะนั้นจะมีเจตนามาก,

กรรมก็มีกำลังแรงมากที่สามารถให้ผลแก่คนที่ทำ กรรมดี หรือ กรรมชั่ว นั้นในปัจจุบันชาติได้

-กรรมที่สำเร็จลงด้วยอำนาจของการทำดี หรือ ทำชั่ว ต่อคนที่มีคุณวิเศษทั้งหลาย ถ้าทำดี ก็ได้ผลดีภายในปัจจุบันชาติ แต่ถ้าทำชั่วต่อผู้มีคุณวิเศษก็จะได้รับผลชั่วภายในปัจจุบันชาติ ทำนองเดียวหัน

2.กรรมที่ให้ผลในชาติหน้าอย่างแน่นอน ( อุปปัชชเวทนียกรรม )  เป็นกรรมที่ให้ผลในชาติที่ 2 นับจากชาติปัจจุบันนี้ แบ่งออกเป็น 2 ฝ่ายเหมือนกับกรรมประเภทอื่น คือ ฝ่ายอกุศลกรรม บาปชนิดหนัก

คือ อนันตริยกรรม 5 และ ความเห็นผิดดิ่ง ( นิตยมิจฉาทิฏฐิกรรม )  ฝ่ายกุศลกรรม ได้แก่ บุญชนิดหนัก คือ มหัคคตกุศล 8 ที่บุคคลใดได้บำเพ็ญเพียรจนได้สำเร็จฌานแล้ว บุคคลนั้นเมื่อละจากโลกนี้แล้ว

เขาย่อมไปบังเกิดบนพรหมโลกด้วยอำนาจของฌานสมาบัติขั้นสูงสุดที่ตนทำได้

3.กรรมที่ให้ผลในชาติต่อๆ ไป คือตั้งแต่ชาติที่ 3 เป็นต้นไป ( อปรปริยายเวทนียกรรม )  เป็นกรรมที่ให้ผลในชาติที่ 3 นับจากปัจจุบันชาตินี้เป็นต้นไป ไม่ว่าจะเป็น กรรมดี หรือ กรรมชั่ว

โดยไม่สามารถที่จะหลีกเลี่ยงได้   กรรมจะติดตามคนที่ทำไปในทุกหนทุกแห่ง และเมื่อได้โอกาสก็จะให้ผลทันที เว้นแต่คนที่ทำกรรมนั้นๆ จะบรรลุเป็นพระอรหันต์หมดกิเลสดับขันธ์เข้าพระนิพพาน

กรรมนี้จึงจะหมดโอกาสให้ผล

4. อโหสิกรรม คือ กรรมดี หรือ กรรมชั่ว ที่ให้ผลเสร็จแล้ว หรือ เป็นกรรมที่รอให้ผลอยู่ แต่ไม่มีโอกาสให้ผล หากว่าล่วงเลยเวลาในการให้ผลก็จะเป็นอโหสิกรรมไป คือ เลิกให้ผล

เพราะไม่มีโอกาสให้ผลได้ทั้งอดีต ปัจจุบัน และอนาคต  …

-หรือในบางครั้งมีกรรมอื่นที่มีโอกาสได้ช่องในการให้ผล เช่น กรรมดีที่คนได้กระทำไว้หยุดให้ผลชั่วคราว เนื่องจากเขาได้ทำกรรมชั่วที่ร้ายแรงมาก จึงทำให้

กรรมชั่วที่มีกำลังแรงกว่าให้ผลก่อน  กรรมดีที่ทำไว้จึงกลายเป็นอโหสิกรรม ไม่สามารถส่งผลได้ต่อไป!

-หรือในทำนองเดียวกัน ถ้ากรรมชั่วกำลังให้ผลอยู่ก็จะหยุดให้ผลชั่วคราว ถ้าบุคคลนั้นได้ทำกรรมดีที่มีกำลังแรงมากกว่า ซึ่งทำให้กรรมดีที่มีกำลังแรงกว่าให้ผลก่อน ส่วนกรรมชั่วที่กำลังให้ผลอยู่

ก็จะกลายเป็นอโหสิกรรม ! ไม่ให้ผลอีกต่อไป

-หรือ เมื่อบุคคลนั้น เข้าถึงพระอรหันต์ เช่น องคุลิมาล ผลของกรรม ก็ไม่ให้ผลอีกต่อไป เพราะเมื่อเป็นพระอรหันต์แล้ว ก็ทำให้สิ้นภพสิ้นชาติ กรรมที่ทำเอาไว้นั้นตามให้ผลไม่ได้อีก

คือ ไม่ต้องเกิดอีก กรรมนั้นไม่มีผู้รับสนอง จึงเป็นอโหสิกรรมไป

นี้ก็เป็นเรื่องราวของ “กรรม” หรือ “การกระทำ” โดยย่อ ทั้ง 3 ลักษณะใหญ่ๆ ที่ lifecumentary อยากให้ท่านทั้งหลายได้ศึกษาไว้ เพื่อว่า จะได้ไม่ต้องสงสัย หรือสับสน ว่า ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว

จริงไหม ? อย่างไร ? ทำไม ?  … เพราะ … การให้ผลของกรรม มีความซับซ้อนและมีเหตุปัจจัยแวดล้อมมาก เมื่อเข้าใจถูกต้อง ชัดเจนลงไปในรายละเอียด เราก็จะได้เลิกงง กับสิ่งที่เรากำลังเป็น หรือ สิ่งที่คนอื่นกำลังทำ

พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสไว้ว่า  “น อนฺตลิกฺเข น สมุทฺทมชฺเฌ น ปพฺพตานํ วิวรํ ปวิสฺส น วิชฺชเต โส ชคติปฺปเทโส ยตฺรฏฺฐิโต มุจฺเจยฺย ปาปกมฺมา.

บุคคลที่ทำกรรมชั่วไว้ หนีไปแล้วในอากาศ ก็ไม่พึงพ้นจากกรรมชั่วได้ หนีไปในท่ามกลางมหาสมุทร ก็ไม่พึงพ้นจากกรรมชั่วได้ หนีเข้าไปสู่ซอก แห่งภูเขา ก็ไม่พึงพ้นจากกรรมชั่วได้

(เพราะ)เขาอยู่แล้วในประเทศแห่ง แผ่นดินใด พึงพ้นจากกรรมชั่วได้ ประเทศแห่งแผ่นดินนั้น หามีอยู่ไม่”

เมื่อรู้อย่างนี้แล้ว การได้เกิดเป็นมนุษย์ จึงเป็นความโชคดีมหาศาล เพราะอะไร ? เพราะ ณ จุดนี้ เราสามารถแก้ไขชีวิตเราให้ดีได้ แม้อาจจะเคยผิดพลาดมาบ้าง แต่ ณ ขณะนี้ เรายังเป็นมนุษย์ที่มีชีวิต มีเวลา มีกำลังกาย

กำลังใจ กำลังสติปัญญา เราก็เอากำลังเหล่านั้น มาแก้ไข มาสร้างชีวิตให้ดีกว่าที่เป็นมา ด้วยการทำความดี ให้สม่ำเสมอ และให้มากขึ้น สิ่งใดไม่ดี ไม่ว่าจะเป็นความคิด คำพูด การกระทำ ก็หลีกเลี่ยง เลิกทำ,

สิ่งใดที่ดี เป็นความคิดดี พูดดี ทำดี ก็ให้ฝึกตัวเอง ทำให้มากขึ้น ค่อยๆ แก้ไข ค่อยๆ สร้างไปในแต่ละวันเวลาที่เรามีลมหายใจอยู่ … ไม่ว่าจะเป็นความดี เล็กน้อย ปานกลาง หรือยิ่งใหญ่ ก็ขวนขวายทำ

ด้วยกำลังใจที่เข็มแข็ง ไม่ยอมแพ้ต่อความยากลำบาก และด้วยจิตใจที่มั่งคง ..  อย่างนี้แล้ว ชีวิตก็จะค่อยๆ ดีขึ้น มากขึ้น และ ก้าวไปสู่ความสุข ความสำเร็จ และก้าวไปสู่ชีวิตที่ประเสริฐสูงสุดได้ นั้นคือ

ความหลุดพ้นจากวัฏฏแห่งความทุกข์ ได้ในที่สุด เหมือนดังเช่นบัณฑิตนักปราชญ์ทั้งหลายที่ท่านทำได้ และมีชีวิตที่ประเสริฐ ได้เป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้า พระอัรหันต์ .

สิ้นภพ สิ้นชาติ สิ้นทุกข์ เข้าสู่แดนที่เป็นสันติสุขตลอดไป คือ พระนิพพาน  ในที่สุด

ขอเป็นกำลังใจให้กับเพื่อนทุกข์ เกิด แก่ เจ็บ ตาย ทุกชีวิต

Lifecumentary เรียบเรียง

Facebook Comments