10 คำพูด ที่ทำร้ายชีวิตลูกๆของคุณ !

บางครั้งคนเป็นพ่อเป็นแม่อาจไม่ค่อยสนใจว่าเราพูดอะไรกับลูกบ้าง แต่รู้หรือไม่ว่าเวลาเราเครียดหรือโมโห เราอาจพูดสิ่งที่ทำร้ายจิตใจลูกอย่างรุนแรงออกไปโดยไม่ได้ตั้งใจ

เราควรระลึกไว้เสมอว่าผลจากการกระทำของเราอาจส่งผลต่อคนอื่นโดยที่เราคาดไม่ถึง  อะไรที่ไม่ควรพูดกับเด็กๆ เพราะมันจะส่งผลต่อ นิสัย บุคลิก อารมณ์ ความรู้สึก นึกคิด กระทั่งทั้งกระทบต่อสภาวะสติปัญญา

ของเด็กๆ ส่งผลต่อความเป็นไปในชีวิตของเขาได้เลยว่า จะก้าวเดินไปอย่างไร จะประสบความสำเร็จในชีวิตหรือไม่อย่างไร สิ่งที่เขาได้รับในช่วงชีวิตของการเรียนรู้ในวัยเด็กนั้น เรียกได้ว่า มีผลโดยตรง ก็ได้!

อะไรบ้างไม่ควรพูดกับลูกๆ ของคุณ และรวมถึงลูกของคนอื่นๆ  เด็กๆ คนอื่นๆ ด้วย

ล้อเลียน  :  นี่เป็นสิ่งต้องห้ามเด็ดขาดสำหรับคุณพ่อคุณแม่ เราไม่ควรล้อเลียนหรือเรียกลูกด้วยชื่ออื่น ๆ ที่อาจทำให้เขาสูญเสียความมั่นใจให้เขา เช่น อ้วน แห้ง สิว ฯลฯ ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็ตาม

หยุดกวนซะที  :  บางครั้งผู้ปกครองอาจต้องการเวลานอก แต่ถ้าคุณบอกลูกว่าอย่ามายุ่งกับคุณบ่อย ๆ เข้า พวกเขาก็อาจไม่คุยกับคุณอีกต่อไป เด็ก ๆ ควรเรียนรู้ว่าบางครั้งคุณก็ต้องการเวลาพักบ้าง

พยายามอธิบายให้ลูกฟังก่อนที่จะระเบิดใส่พวกเขาว่าคุณขอเวลาทำธุระส่วนตัวสัก 2-3 นาที

ต่อว่าตลอดเวลา  :  การบอกลูกว่าเขาซุ่มซ่ามหรือนิสัยไม่ดีไม่ได้ช่วยให้เด็กมีความมั่นใจหรือรู้สึกมีคุณค่ามากขึ้น แม้ว่าคุณจะไม่ได้พูดกับเขาโดยตรงก็ตาม เด็ก ๆ มักเชื่อในสิ่งที่พวกเขาได้ยินโดยไม่ถามอะไรทั้งสิ้น

สุดท้ายพวกเขาก็จะเชื่อว่าพวกเขาแย่อย่างที่คุณพูดจริง ๆ

สั่งให้เก็บอารมณ์   :   เรามักพยายามปกป้องลูกโดยการบอกเขาว่าไม่ต้องเศร้า หรือไม่ต้องกลัว แต่บางครั้งการบอกไม่ให้เขารู้สึกอย่างนั้นอย่างนี้อาจเป็นการสื่อให้เขารู้สึกว่าอารมณ์และความรู้สึกของเขานั้นไม่สำคัญ

พยายามบอกลูกว่าไม่เป็นไรที่จะรู้สึกเช่นนั้น และคุณจะคอยอยู่ข้าง ๆ พวกเขาเสมอ

เปรียบเทียบกับพี่น้อง  :   พ่อแม่ไม่ควรเปรียบเทียบลูกคนหนึ่งกับลูกอีกคน เราควรเข้าใจว่าเด็กแต่ละคนไม่เหมือนกันและคุณก็รักที่พวกเขาแตกต่างกัน การพูดเปรียบเทียบพี่น้องจะทำให้พวกเขาเกลียดกัน

พยายามทำให้ลูกรู้ว่าพวกเขาพิเศษกันคนละแบบ

ปรี๊ดใส่  :  การบอกลูกว่า “ไม่อยากจะเชื่อเลยว่าลูกทำอย่างนั้น” หรือ “น่าจะฉลาดกว่านี้” จะทำให้ลูกขาดความมั่นใจ เขาจะโตขึ้นโดยรู้สึกว่าทำอะไรก็ผิดและก็ไม่มีวันทำอะไรถูกสักอย่าง พยายามพูดกับลูกดี ๆ แ

ทนที่จะพูดกระโชกโฮกฮากตลอดเวลา

ลงไม้ลงมือ  :  การตี หรือการลงโทษหนัก ๆ อาจไม่ส่งผลดีเสมอไป มันอาจใช้ได้ผลแค่ในช่วงแรก แต่สุดท้ายมันก็จะใช้ไม่ได้ผลอีกต่อไป

ขู่ด้วยประโยคเดิม ๆ  :  เช่น “เดี๋ยวรอให้พ่อรู้ก่อนเถอะ” ปัญหาก็คือ เมื่อเด็ก ๆ โตขึ้น เขาก็จะรู้ว่าคุณก็แค่ขู่ไปอย่างนั้นโดยไม่ทำอะไร และเขาก็จะไม่ฟังคุณ

ชมพร่ำเพรื่อ  :   เด็ก ๆ ควรได้รับคำชมบ้าง แต่ไม่ใช่ตลอดเวลา คำชมควรถูกสงวนไว้สำหรับวาระสำคัญเท่านั้น ถ้าคุณชมลูกบ่อยเกินไป มันจะกลายเป็นไร้ความหมาย และเด็ก ๆ จะคิดว่าพวกเขาสมควร

ได้รับคำชมสำหรับทุก ๆ อย่างที่ทำ

ก็เพราะแม่สั่งให้ทำ  :  แม้คุณจะเป็นพ่อแม่ และเราก็ควรสอนให้ลูกฟังในสิ่งที่เราพูด แต่เราก็ควรอธิบายเหตุผลให้เขาฟัง อาจจะไม่ใช่ทุกเรื่อง แต่ก็ส่วนใหญ่ ไม่ใช่สักแต่พูดว่า “ก็เพราะแม่สั่งให้ทำ”

ไม่เช่นนั้นเด็กก็จะไม่เข้าใจว่าทำไมเขาต้องทำตามที่คุณบอก

@thaihealth

เรื่องนี้ ทำให้เราคิดถึงผลการทดลองโมเลกุลของน้ำที่มีปฏิกิริยากับคำพูดต่างๆ โดย ดร.มาซารุ อิโมโตะ  นะคะ ซึ่งได้ข้อสรุปว่า เมื่อเราเขียนถ้อยคำที่สุภาพ ถ้อยคำที่ดี ติดกับหลอดทดลอง

เมื่อนำน้ำไปส่องกล้องดู  จะเห็นผลึกน้ำที่มีรูปทรงที่งดงามราวอัญมณี   แต่ในทางตรงกันข้าม เมื่อเขียนถ้อยคำที่รุนแรง หยาบคาย ติดไว้กับน้ำ ผลที่ได้คือ ผลึกน้ำที่มีรูปร่างน่าเกลียดน่ากลัว

จากผลการศึกษา ทำให้เราได้เรียนรู้ว่า   ในร่างกายของคนเราที่มีส่วนประกอบที่เป็นน้ำอยู่เกือบ 90 % นั้น  ถ้อยคำ ที่เราพูดคุยมีผลกับชีิวิตจิตใจในระดับลึกซึ้ง!  ฉะนั้น  อยากให้ลูกของคุณเติบโตอย่างไร

ก็พูดคุย และปฏิบัติกับเขาอย่างนั้น  เมื่อ เหตุ ทำไว้ดี  ผล ที่ออกมาย่อมเป็นไปในทิศทางที่ดี แน่นอน, ขอเป็นกำลังใจให้คุณพ่อ คุณแม่ ทุกคนดูแลลูกด้วยพลังงานที่ดี และลูกๆเป็นเด็กดีกันทุกคนนะค่ะ

Source :  theasianparent

Facebook Comments