รู้ยัง ?! อาหารบางอย่างแช่แข็งนานไปก็เป็นพิษร้ายต่อร่างกาย!

หลายคนมักจะซื้อเนื้อมาตุนเก็บไว้ในตู้เย็นเป็นจำนวนทีละมากๆ เพราะไม่ต้องยุ่งยากออกไปซื้อหา จากนั้นก็ค่อยๆนำไปทำอาหารในแต่ละวัน คุณรู้หรือไม่ หากไม่เก็บไว้ให้ถูกสุขอนามัย

อาจทำลายคนทั้งครอบครัวล้มป่วยได้เลยทีเดียว!!! ดังนั้นการเก็บถนอมอาหารจึงสำคัญว่าชนิดไหนเก็บได้นานเท่าไร ไม่เช่นนั้นอาจต้องเสียของหรือกินแล้วไม่ได้ประโยชน์แถมได้โทษอีกต่างหาก

โดยปกติแล้ว อาหารแต่ละอย่างมีระยะเวลาในการแช่ตู้เย็นที่แตกต่างกัน ดังนี้:

เนื้อวัว:             แช่เย็น              1 – 2     วัน       แช่แข็ง 90        วัน

ไก่:                   แช่เย็น              2-3       วัน       แช่แข็ง 360      วัน

ปลา:                แช่เย็น              1 – 2     วัน       แช่แข็ง 90 – 180 วัน

ไข่สด:             แช่เย็น              30 – 60 วัน

ไข่ปรุงสุก:       แช่เย็น              6 – 7     วัน

นม:                  แช่เย็น              5-6       วัน

โยเกิร์ต:           แช่เย็น              7 – 10   วัน

สเต็ก:              แช่เย็น              2-3 วัน แช่แข็ง 270      วัน

ไส้กรอก:         แช่เย็น              9 วัน แช่แข็ง 60           วัน

อาหารกระป๋อง: ยังไม่เปิดฝา                   แช่เย็น 360       วัน

เนยถั่วลิสง, ซอสงา: ที่เปิดฝาแล้ว        แช่เย็น 90         วัน

กาแฟ: เปิดฝาแล้ว                                      แช่เย็น 14         วัน

แอปเปิ้ล:          แช่เย็น 7- 12    วัน

ส้ม:                    แช่เย็น 7          วัน

ลูกแพร์:           แช่เย็น 1 – 2     วัน

มะเขือเทศปรุงสุก:       แช่เย็น 12        วัน

ผักโขม:                           แช่เย็น 3 – 5     วัน

แครอท, ผักชีฝรั่ง:        แช่เย็น 7 – 14   วัน

เนื้อหมูไว้ในช่องแช่แข็ง คุณภาพของเนื้อจะเสื่อมถอยได้ตามกาลเวลา สารอาหารก็ถดถอยไปด้วย เวลากินเนื้อประเภทนี้ก็จะรู้สึกหยาบๆ ไม่มีรสชาติ เหมือนกำลังเคี้ยวขี้ผึ้ง

ผู้เชี่ยวชาญออกมาบอกว่า ความจริงเนื้อหมูสามารถเก็บไว้ได้นานประมาณ 3 เดือน แต่ทางที่ดีหลังละลายน้ำแข็งแล้ว ควรสำรวจดูสภาพภายนอกของเนื้อหมูก่อนว่ามีสีที่ผิดปกติหรือไม่?

หรือมีกลิ่นแปลกๆหรือไม่?  หากไม่มีก็วางใจนำไปทำอาหารได้

อาหารที่แช่เย็นในตู้เย็นไว้เป็นระยะเวลานาน แน่นอนว่าแบคทีเรียจะค่อยเติบโตขึ้นเรื่อยๆ แต่อาจจะเพิ่มขึ้นอย่างช้าๆ เพราะฉะนั้นแล้วทางที่ดีอย่าให้ตู้เย็นกลายเป็น “ตู้เซฟ” และอย่าคิดว่าใส่อะไรเข้าไปแล้วจะไม่เสีย

อาหารเป็นพิษนั้น เกิดจากแบคทีเรียในอาหารเองที่เป็นตัวแพร่เชื้อ ไม่ได้เป็นเพราะสารพิษจากภายนอก เพราะฉะนั้นอาหารที่ปรุงสุกแล้วควรทานให้หมดในมื้อนั้น หากรู้ว่าทานไม่หมด คราวหลังก็ทำพอทานก็พอ

Source : เพจยิ้มหวาน

Facebook Comments