นิสัย 7 ประการ ที่จะสร้างชีวิตคุณให้มีประสิทธิภาพ สรุปใจความสำคัญใน 5 นาที! จากหนังสือดังขายดีกว่า 25 ปี!

ก่อนที่จะเข้าสู่อุปนิสัยที่ดี เราต้องเริ่มจากการปรับมุมมอง หรือ มีการมีกรอบความคิดต่อสิ่งต่าง ๆ ได้อย่างถูกต้องก่อน เพราะคนเราแต่ละคนจะมีกรอบความคิดที่ไม่เหมือนกัน ขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายประการ

เช่น การเลี้ยงดูที่ผ่านมา,ประสบการณ์, ทัศนคติ หรือ สภาพแวดล้อม ซึ่งหากเรามีกรอบความคิดที่ผิดไปแล้ว เราก็จะตีความ หรือ ดำเนินชีวิตไม่ถูกต้องไปทั้งหมด เปรียบเหมือนการมีแผนที่ที่ผิด ก็จะนำทางเราไปสู่

ความผิดพลาด ดังนั้น สิ่งแรกเราต้องมั่นใจว่าเรามีกรอบความคิดที่ดี ที่ถูกต้อง ไม่มีอคติต่อสิ่งใด โดยเน้นความคิดที่สอดคล้องกับธรรมชาติ การอยู่ร่วมกันของมนุษย์ เช่น การมีความยุติธรรม, ซื่อสัตย์, จิตใจบริการ, …

หลังจากเรามีกรอบความคิดที่ดีแล้ว เราก็จะสามารถพัฒนาอุปนิสัยที่ดี 7 ประการได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยมีอุปนิสัยทั้ง 7 ดังนี้

1. Be Proactive   คือ การที่เราเองต้องเป็นผู้ริเริ่ม กำหนด หรือ เลือก สิ่งต่าง ๆ ที่เราจะทำเอง เนื่องจากในการดำเนินชีวิตทุกวันของเรา จะมี “สิ่งเร้า” เข้ามากระทบเราอยู่เสมอ คนที่ Proactive จะมีสติในการคิดใน

การเลือกทางเลือกที่เห็นว่าเหมาะสมที่สุด และพร้อมที่จะรับผลกระทบจากการตัดสินใจของตนเอง เพราะในการเลือกของตนเองได้มีการคิดถึงสิ่งที่จะเกิดขึ้นแล้ว แต่คนที่ Reactive จะตอบสนองต่อสิ่งเร้า

หรือเรื่องที่มากระทบโดยไม่ได้คิดให้ดี และเมื่อทำไปแล้วก็เกิดความทุกข์ใจ รวมทั้งเมื่อเกิดผลกระทบ ก็โทษสิ่งต่าง ๆ ว่าทำให้ตนเองต้องเป็นเช่นนี้

ในอุปนิสัยนี้ ยังพูดในเรื่องของสิ่งที่คนเรากังวล โดยปกติแล้วคนเรามักจะมีเรื่องกังวลมาก และทุกข์ใจไปหมด แต่ที่ถูกแล้ว  เราควรกังวลเฉพาะเรื่องที่เราจัดการได้ และหาทางป้องกันหรือแก้ไขปัญหานั้น

หากเป็นเรื่องที่ควบคุมไม่ได้จริง ๆ เช่น เรื่องดินฟ้าอากาศ, เรื่องความคิดของคนอื่น เราก็ไม่ควรไปกังวลมาก เพียงแต่จัดการในสิ่งที่เราทำได้ให้ดีที่สุดเท่านั้น

Tips : ชีวิตเรา เราต้องเป็นผู้กำหนด อย่าให้สภาพแวดล้อมต่าง ๆ มาทำให้เราไขว้เขว ต้องมั่นใจ ต้องมี “สติ” ในการเลือกทำอะไรทุกครั้ง และพร้อมจะรับผลจากสิ่งที่เราเลือกนั้นไม่ว่าดีหรือร้ายอย่างองอาจ

2.  Begin with the End in Mind   คือ การนำผลลัพธ์สุดท้ายที่เราต้องการเป็นตัวตั้ง โดยสร้างให้เป็นภาพที่ชัดเจนในใจเรา จากนั้นให้เขียนออกมาให้ชัดเจน ซึ่งหากเราเห็นผลลัพธ์ที่เราต้องการได้ชัดเจนแล้ว

เราก็จะสามารถแปลมาเป็นวิธีการที่จะทำให้ถึงเป้าหมายนั้นได้ง่าย เพราะเราจะเห็นว่าสิ่งใดที่จะทำให้เรามุ่งสู่เป้าหมายได้ และสิ่งใดไม่เกี่ยวข้อง ซึ่งทำให้เราสามารถบรรลุเป้าหมายที่เราต้องการได้อย่างรวดเร็ว

และไม่หลงทาง

หนังสือดังขายดีอย่าง  “The Secret” ได้พูดถึงเรื่องความลับของความสำเร็จว่า “ขอให้เรานึกถึงภาพแห่งความสำเร็จ โดยจินตนาการให้เห็นภาพนั้นอย่างชัดเจน และทำตนเองราวกลับว่าเราสำเร็จแล้ว

ใช้ภาษาในการพูดกับตนเองในใจในทางบวก เช่น “เรามั่นใจ, เราเก่งขึ้น, เราสำเร็จ” หลีกเลี่ยงภาษาในทางลบ เช่น “วันนี้แย่จัง, ทำไมเราเหลวไหลอย่างนี้, เราสู้คนอื่นไม่ได้” หากเราทำได้แบบนี้แล้ว

ภาพแห่งความสำเร็จที่เราจินตนาการไว้ จะเกิดขึ้นจริงได้ ซึ่งเป็นความลับที่มีในโลก!!!)

Tips : คนเราต้องมีเป้าหมายในชีวิต ว่าสุดท้ายเราต้องการเป็นอะไร โดยเราต้องสร้างภาพนั้นออกมาให้ชัดเจน พยายามจินตนาการถึงภาพแห่งความสำเร็จในวันนั้นของเราว่าจะเป็นอย่างไร เขียนออกมาให้ชัดเจน

และมุ่งมั่นตั้งใจในการทำกิจกรรมต่าง ๆ เพื่อมุ่งสู่เป้าหมายที่สำคัญที่สุดในชีวิตที่เราตั้งใจไว้แล้ว

3. Put First Things First  คือ การเลือกทำในสิ่งที่สำคัญก่อน ตามปกติ คนเราจะพบกับเรื่องต่าง ๆ 4 แบบ คือ

3.1 เรื่อง “สำคัญ” และ “เร่งด่วน”

3.2 เรื่อง “สำคัญ” แต่ “ไม่เร่งด่วน”

3.3 เรื่อง “ไม่สำคัญ” แต่ “เร่งด่วน”

3.4 เรื่อง “ไม่สำคัญ” และ “ไม่เร่งด่วน”

ตามปกติเราจะเลือกทำในเรื่องที่สำคัญและเร่งด่วน ตามข้อ 3.1 แต่จะทำให้เราเหนื่อยมาก เพราะมีเรื่องเร่งด่วนที่ต้องให้ทำ ให้แก้อยู่ตลอด ดังนั้น เราต้องพยายามจัดสรรเวลามาทำในเรื่องที่ 3.2 คือเรื่องที่

“สำคัญ แต่ ไม่เร่งด่วน” ให้มาก ๆ ซึ่งเรื่องพวกนี้ได้แก่ เรื่องของการวางแผน การแสวงหาโอกาสใหม่ ๆ, การป้องกันปัญหา โดยหากเราทำเรื่องพวกนี้ดี เรื่องเร่งด่วนต่าง ๆ ก็จะลดลง ทำให้เรามีสุขภาพจิตในการทำงาน

ที่ดีขึ้น ทั้งนี้ ได้มีการแนะนำให้จัดทำตารางเวลาว่าจะจัดทำอะไร โดยที่ดีควรเป็นตารางประจำสัปดาห์ว่าสัปดาห์นี้เรามีเรื่องสำคัญอะไรที่ต้องทำ

Tips : เราทุกคนต่างมีเรื่องที่ต้องให้ทำมากมาย แต่คนที่มีประสิทธิภาพนั้น เขาจะมีการวางแผนที่ดี รู้ว่าเรื่องไหนสำคัญ เรื่องไหนไม่สำคัญ แล้วเลือกทำเรื่องที่ควรจะทำ ชีวิตเขาจึงดูไม่สับสนและวุ่นวาย

แต่ผลลัพธ์ของเขากลับมีประสิทธิภาพมากกว่าคนที่ “ยุ่ง” อยู่ตลอดเวลา !

4. Think Win / Win   เป็นแนวคิดในเรื่องการทำงานหรือใช้ชีวิตร่วมกับผู้อื่น ที่ต้องมีแนวคิดที่ชนะทั้งคู่  โดยไม่คิดว่า เราชนะแล้วเขาต้องแพ้ คือ เราได้เขาต้องเสีย หรือ เราเสียแล้วเขาจะได้

แนวคิดแบบ win win นี้เป็นแนวคิดในการแสวงหาผลประโยชน์ร่วมกัน ให้ความร่วมมือกัน ไม่ใช่การแข่งขันชิงดีชิงเด่นกัน โดยคนที่มีแนวคิดแบบ win win นี้ต้องคุณลักษณะคือ เป็นคนซื่อสัตย์ต่อตนเองและผู้อื่น,

มีความใจกว้าง และมีวุฒิภาวะที่ดี  …  เทคนิคในการอยู่ร่วมกับผู้อื่นที่สำคัญอีกเรื่องหนึ่ง คือ การสร้าง “บัญชีออมใจ” คือ การปฏิบัติตนต่อผู้อื่น ด้วยความมีน้ำใจ เอื้ออาทร ซื่้อสัตย์ รักษาสัญญา ซึ่งเหมือน

เป็นการออมเงินไว้ จะทำให้ความสัมพันธ์ของเรากับผู้อื่้นเป็นไปด้วยดี ซึ่งความสัมพันธ์นี้ทำให้เกิดสิ่งที่เรียกว่า “ช้าแต่เร็ว” หมายความว่า การสร้างความสัมพันธ์ และความเชื่อมั่นต่อผู้อื่น ต้องใช้เวลา

แต่เมื่อทำได้แล้ว ต่อไปเรื่องต่าง ๆ ที่จะทำด้วยกันก็จะง่าย เพราะต่างฝ่ายต่างมีความไว้วางใจ และเชื่อมั่นต่อกัน

Tips : การที่เราจะชนะได้ ไม่จำเป็นต้องทำให้คนอื่นแพ้ เราต่างชนะไปพร้อม ๆ กันได้  และที่สำคัญ วันนี้เราสร้าง “บัญชีออมใจ” กับใครไว้บ้างหรือยัง?

5. Seek First to Understand, Then to Be Understood   คือ การเข้าใจผู้อื่นก่อนที่จะให้ผู้อื่นมาเข้าใจเรา ซึ่งทักษะที่สำคัญที่สุดที่จะทำให้ เรามีอุปนิสัยนี้ คือ “การฟัง” ตามปกติคนเราจะชอบพูดมากกว่าชอบฟัง

บางครั้งเราฟัง แต่ไม่ได้ตั้งใจฟังจริง ฟังเพื่อรอคิวที่จะถึงเวลาเราพูด ดังนั้น เราจะสามารถเข้าใจผู้อื่นได้ดี  เราต้อง “ฟังเพื่อให้เข้าใจ” ไม่ใช่ “ฟังเพื่อจะตอบ หรือเพื่อจะพูด” เคล็ดลับ คนเรามักยึดตนเองเป็นศูนย์กลาง

อยากให้ใคร ๆ มาเข้าใจเรา แต่จริง ๆ แล้วคนที่มีเสน่ห์คือคนที่เข้าใจผู้อื่น ดังนั้น ฟังให้มากขึ้น พูดให้น้อยลง และที่สำคัญการฟังนั้น  ต้องฟังเพื่อเข้าใจผู้อื่นจริง ๆ

 6. Synergize  คือ การผนึกพลังผสานความต่าง โดยการร่วมมือกันกับคนอื่นอย่างสร้างสรรค์ ยอมรับในคุณค่าของตนเอง แต่ต้องประมาณตน และไม่หลงตนเอง ที่สำคัญคือเราต้องเปิดใจ เข้าใจในความแตกต่าง

ของผู้อื่น และใช้ความแตกต่างนั้นให้เกิดประโยชน์  เหมือนกับ 1+1 ได้มากกว่า 2 เคล็ดลับ ยอมรับว่าความแตกต่างเป็นเรื่องธรรมดา และต้องคิดเสมอว่าเราจะนำจุดเด่นของแต่ละคน มาเสริมให้เกิดประโยชน์ซึ่งกัน

และกันได้อย่างไร

7. Sharpen the Saw  หมายถึง การต้องหมั่นพัฒนาตนเองอยู่เสมอ เปรียบดุจคนตัดต้นไม้ พอคนเข้าไปถามว่าทำอะไรอยู่ก็ตอบว่า ตัดต้นไม้ คนถามต่อว่า คุณลับเลื่อยบ้างหรือเปล่า กลับตอบว่า ผมเร่งตัดต้นไม้

ทุกวันจนเหนื่อยแทบตายอยู่แล้ว ไม่มีเวลาไปลับเลื่อยหรอก เปรียบดุจพวกเราที่ทำงานหนักกันทุกวัน แต่ต้องหาเวลาไปพัฒนาตนเองด้วย ซึ่งจะทำให้เราสามารถทำงานได้ง่ายขึ้น

การพัฒนาตนเองสามารถทำได้ใน 4 เรื่องคือ

– ด้านร่างกาย เช่น การออกกำลังกาย, การพักผ่อนที่เหมาะสม

– ด้านปัญญา เช่น การอ่านหนังสือ, การเดินทางหาประสบการณ์

– ด้านจิตวิญญาณ เช่น การอยู่กับธรรมชาติ, การได้ทบทวนเป้าหมายในชีวิต

– ด้านสังคม เช่น การสร้างวุฒิภาวะในการเข้าสังคม และการอยู่ร่วมกับผู้อื่น

Tips : โลกหมุนเร็วไปทุกวัน เราต้องหมุนให้เร็วกว่าโลก หรือ อย่างน้อยต้องไม่ช้ากว่าโลก เมื่อก่อนมีคำว่า “ถ้าเราหยุด ก็เหมือนกับถอยหลัง ” แต่ตอนนี้ ” แค่เราเดิน ก็เหมือนถอยหลังแล้ว เพราะคนอื่นเขาวิ่งกัน!! ”

7 อุปนิสัยนี้ ทำแล้วไม่ได้บอกว่าเราจะเป็นผู้สำเร็จในชีวิต แต่นิสัยเหล่านี้จะพัฒนาเราให้มีประสิทธิภาพและประสิทธิผลที่สูงขึ้น โดยพัฒนาเราจากการที่เป็นคนที่ “ต้องพึ่งคนอื่น” สู่การเป็นคนที่สามารถ

“พึ่งพาตนเองได้” จากนั้นพัฒนาสู่เป้าหมายการ “พึ่งพาซึ่งกันและกัน” การอยู่ร่วมกันกับผู้อื่นอย่างมีความสุข ดังนั้น  มาเริ่มต้นสร้างนิสัยทั้ง 7 นี้ ให้เกิดขึ้นในตัวเราตั้งแต่บัดนี้กันเลย !

Source :  Oknation

Facebook Comments

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *