ทำแบบนี้!…แล้วรักของคุณจะเป็นรักแท้! Confirmจากคู่แท้รักนิรันดร์!

เรื่องที่น่าคุยสำหรับเดือนกุมภา, น่าจะเป็นเรื่อง “ความรัก” นะคะ  แต่วันนี้, อาจจะออกแนวประวัติศาสตร์นิดๆ, อาจจะดูยาวหน่อย แต่อยากชวนคุณที่รักอ่านไปด้วยกันให้จบนะคะ  เพราะผู้เขียนก็เขียนด้วยความรักค่ะ^^

“รักคุณผู้อ่าน แม้ไม่เห็นหน้านั่นแหล่ะค่ะ” ^^  นี่ไม่ใช่แค่คำหวานประสาสำนวนงานเขียนแค่นั้นนะคะ,  เป็นคำจริงใจจริงๆค่ะ, ก็อยากให้คุณผู้อ่านพบรักแท้ไงคะ ^^

… เอาล่ะค่ะ เราเข้าเรื่องกันดีกว่า ความจริงแสนจริงของ “ความรัก” ว่า …

1. รักแท้ นั้นอยู่ตรงไหน ถามหากันจังเลย !

2.รักแท้ มีไว้ทำอะไร ? …เอาจริงจริงแล้วเนี้ยะ !!!

3.แล้วที่สุดของความรัก อยู่ ณ จุดไหน เคยตั้งคำถามกันบ้างไหม ?

ก็เผื่อว่า…รู้อย่างนี้แล้ว, เมื่อชอบใครรักใคร จะได้ไม่งง ภาพจะได้ชัด จะได้รู้ว่า …คุณที่รักยืนอยู่ตรงไหนของคำว่ารัก จะเอาความรักที่อยากได้นักนั้นไปทำอะไร…และเมื่อรักกันแล้ว…จะไปไหนกันต่อ…?

จุดสมบูรณ์แบบ Happy Ending อยู่ตรงไหน ?

… ขอกล่าวถึง คู่รักแท้ ที่จับมือกันเดินไปถึงเส้นชัยของภพสามได้แล้วนะคะ นั่นคือ พระโพธิสัตว์(ก่อนตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้า ) กับ นางแก้วคู่รักคู่ชีวิตคู่บุญคู่บารมี  เพราะมันเป็นความจริงของโลกว่า …

ไม่ว่าจะเป็นเรื่องอะไร ถ้าเราต้องการประสบความสำเร็จ เราก็ต้องศึกษาว่าผู้ที่ประสบความสำเร็จแล้วจริงไหมคะ ?  พูดอย่างนี้แล้ว ก็สามารถกล่าวได้เลยว่า ถ้าอยากประสบความสำเร็จทุกเรื่องในชีวิต

ก็ต้องดูพระสัมมาสัมพุทธเจ้า !!!   แต่วันนี้,ไม่ได้จะมาเล่าพุทธประวัตินะคะ, เราจะมาดู 1 เรื่อง Only ที่ทุกคนอยากได้อยากมีและอยากให้มันดี เรื่องเดียว คือ “ความรัก” ค่ะ

ภาคนี้จะว่ากันแบบ Real Life ไม่มีอวย! นะคะ จะ Real ยังไง …ตามไปดูกันค่ะ

ขอเริ่มเรื่องตรงชาติที่ “ชายหนุ่มคนหนึ่ง” พาแม่ไปค้าขายกับพ่อค้าสำเภาใหญ่ แล้วเรือก็เกิดล้มกลางมหาสมุทร และขณะที่ชายหนุ่มแบกแม่ว่ายน้ำฝ่าคลื่นมรสุม ชายหนุ่มก็ตระหนักอย่างล้ำลึกว่า …

โอ้ ! ชีวิตนี้ช่างเป็นทุกข์จริงๆนะ! … แต่ไม่ได้คิดแบบหมดอาลัยตายจากนะคะ ท่านคิดแบบคนมีปัญญา และมีน้ำใจยิ่งใหญ่มากๆ! ท่านคิดต่อว่า ถ้าอย่างนั้น! … เอาละ!เมื่อรอดชีวิต,ต่อจากนี้เราจะตั้งใจทำความดี

เพื่อหาหนทางพ้นทุกข์ให้ได้ ! เมื่อพบหนทางนั้นแล้ว เราจะช่วยสรรพสัตว์อื่นๆ ให้พ้นทุกข์กับเราไปด้วย ! … และเมื่อรอดชีวิตในครั้งนั้น ชายหนุ่มก็ตั้งใจทำมาหาทรัพย์เลี้ยงดูมารดา แล้วก็เริ่มลงมือ “ทำความดี”

“สั่งสมความดี” ด้วยความตั้งใจว่า…จะทำความดีไปตลอดชีวิตและทุกภพชาติ เพื่อที่จะเป็นกำลังในการตรัสรู้ให้ได้มาซึ่ง “พระสัมมาสัมโพธิญาณ” ที่จะพาตัวเองและเหล่าสรรพสัตว์…พ้นทุกข์ให้ได้!

นี้, ก็เป็นปฐมเริ่มของ “ชายหนุ่มคนหนึ่ง” ที่ตั้งเป้าหมายชีวิตอันยิ่งใหญ่! เพื่อช่วยตัวเองและมวลมนุษยชาติทั้งหลาย! … แล้วก็ลงมือลุยมาตั้งแต่ชาตินั้น ที่ไม่ว่าจะลุ้มลุกคลุกคลาน ยากลำบาก ผิดบ้าง พลาดพลั้งบ้าง

ท่านก็ไม่เคยทอดทิ้งความใฝ่ฝัน ก็สู้มุ่งมั่นฟันฝ่ามุมานะมาตลอดเส้นทางอันยาวไกลนานแสนนาน…และได้ชื่อว่าเป็น “พระโพธิสัตว์” คือ ผู้ที่ตั้งใจทำความดีอย่างกลั่นกล้าเพื่อที่จะเป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้า

และเมื่อมาถึง ณ อสงไขยที่ 16 นั่นแหล่ะ ! ในยุคของ พระสัมมาสัมพุทธเจ้าพระนามว่า “ทีปังกรพุทธเจ้า” … พระโพธิสัตว์เราเป็น ดาบส ชื่อ “สุเมธ” บำเพ็ญเพียรในป่าจนได้ อภิญญา…

วันหนึ่ง ได้เหาะเข้าไปในเมือง เห็นชาวเมืองกำลังทำความสะอาดเตรียมถนนหนทาง ก็ไปถาม ได้ความว่าเพื่อต้อนรับพระทีปังกรสัมมาสัมพุทธเจ้า พร้อมพระอรหันตสาวก ที่กำลังเสด็จมา ได้ยินอย่างนั้น

สุเมธดาบสก็สุดแสนดีใจที่จะได้พบพระสัมมาสัมพุทธเจ้า จึงลงมือช่วยชาวเมืองเตรียมถนนด้วยสองมือของตน แต่ยังไม่ทันเสร็จ พระสัมมาสัมพุทธเจ้าก็เสด็จมาจะถึงแล้ว ระยะทางเป็นโคลมตมที่เหลือก็คงถมไม่ทัน

เห็นดังนั้น สุเมธดาบส จึงทอดร่างของตนให้พระสัมมาสัมพุทธเจ้า และพระอรหันตสาวกเสด็จข้ามผ่าน ด้วยความปลื้มปีติยินดีในปฏิสันถารด้วยชีวิตของตน ! …

… จากนั้น พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ได้พยากรณ์สุเมธดาบสว่า ต่อไปอีก 4 อสงไขย กับอีกแสนกัปป์ สุเมธดาบส ท่านนี้ จะได้เป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์หนึ่ง มีพระนามว่า “พระสมณโคดมสัมมาสัมพุทธเจ้า”

… สุเมธดาบสได้ยินดังนั้น ก็เป็นสุขแสนยินดีปรีดา ประหนึ่งว่า จะได้ตรัสรู้ในวันพรุ่งนี้เลยทีเดียว ! ( 4 อสงไขย แสนกัปป์! ไม่น้อยนะ! ) … ซึ่งวันนั้น นับเป็นวันสำคัญอย่างยิ่ง สำหรับ “ชายหนุ่ม” ที่ตั้งใจทำความดี

สร้างบารมีมาถึง 16 อสงไขย! ได้พบพระสัมมาสัมพุทธเจ้ามาก็มากมายหลายพระองค์นับไม่ถ้วน แล้วในที่สุด ก็สมปรารถนา! เมื่อได้รับการรับรองจากพระพุทะเจ้าว่าจะได้เป็น พระสัมมาสัมพุทธเจ้าอีกพระองค์หนึ่ง

อย่างเที่ยงแท้แน่นอน! … ช่างสุดแสนจะยอดเยี่ยมไหมละคะ ! ( คิดถึงเรา…ไม่ต้องมาก, เอาแค่ว่า…ถ้าได้รู้ว่าอีก 10 ปี จะได้เป็นมหาเศรษฐีแสนล้านอย่างแน่นอน จะAlert ขนาดไหน ! )

… และ!!! ณ ที่นั่นเอง! เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตั้งแต่ สุเมธดาบส เหาะลงมาหาชาวเมือง … ก็อยู่ในสายตาของ หญิงสาวดรุณีแสนงามทรามวัยนางหนึ่งชื่อ สุมิตตาพราหมณี … ซึ่งเธอเกิดศรัทธาท่วมท้นล้นใจในสุเมธดาบส !

เธอเฝ้าดูเหตุการณ์ของสุเมธดาบส ด้วยความปลื้มประทับใจตลอดเวลา! ยิ่งดูยิ่งเห็นก็ยิ่งปลื้มยิ่งรักยิ่งศรัทธา!

… เมื่อพระสัมมาสัมพุทธเจ้าพยากรณ์เสร็จ สุเมธดาบส ที่กำลังปลื้มจิตปลื้มใจยินดีกับความสำเร็จในอนาคตที่จะได้บรรลุ “พระสัมมาสัมโพธิญาณ” และสามารถช่วยสรรพสัตว์ให้พ้นทุกข์ได้ดังที่ตั้งใจไว้! …อยู่นั้น !

… ดรุณีน้อย สุมิตตาผู้น่ารัก ก็ถือ ดอกบัว 8 กำ เข้าไปหา สุเมธดาบส ! … แล้วกล่าวว่าดอกบัว 5 กำ ให้ท่านดาบสบูชาพระพุทธเจ้า ส่วน 3 กำนี้ เธอจะบูชาพระพุทธเจ้าเช่นกัน, … สุเมธดาบส ก็รับมาโดยสุจริตใจ!

ในจิตในใจไม่มีสิ่งใดเล้ยยยนอกจาก “ความดีใจที่จะได้ทำความดีให้ยิ่งๆขึ้นไป และได้สำเร็จเป็นพระพุทธเจ้าอย่างเที่ยงแท้” … !

… เมื่อรับดอกบัวมาแล้ว สุเมธดาบสก็น้อมดอกบัวถวายพระทีปังกรพุทธเจ้า …  จากนั้น ณ จุดนี้แหล่ะ เมื่อ ดรุณีน้อยน้อมถวายดอกบัวบ้าง และอธิษฐานว่า …  “พระศาสดาผู้เจริญ ด้วยอานิสงส์แห่งบุญถวายดอกบัวสามกำ

บูชาพระองค์ผู้เป็นนายกของโลกในครั้งนี้ ขอจงเป็นปัจจัยให้ข้าพระบาทได้เป็นคู่บุญบารมีช่วยพระดาบสสร้างสมพุทธการกธรรมจนกว่าจะตรัสรู้ พระโพธิญาณอันอุดมสมดังพุทธพยากรณ์ด้วยเถิด”

ถ้าบรรยายภาษาสามัญสภากาแฟก็แบบว่า … !!! งานเข้าพระโพธิสัตว์ แบบส้มหล่น!  ทำไมจึงว่าอย่างนั้น! คิดถึงใจสุเมธดาบส นะ… ตั้งแต่เป็น “ชายหนุ่ม” ที่ได้ตั้งเป้าหมายชีวิตที่ยิ่งใหญ่ไว้

ซึ่งท่านก็ย่อมรู้ดีว่า หนทางนี้มันเป็นอย่างไร ต้องฝ่าฟันความทุกข์ยากลำบากมากมายอย่างไร… และท่านก็ไม่ต้องการให้ใครมาลำบากกับท่าน! เพราะตอนที่ท่านอธิฐานจิตตั้งใจจะไปก็ไม่ได้จะไปเอาใคร

มาเกี่ยวกับปณิธานของท่านเลย! ท่านจะสู้ จะสร้างปณิธานให้เป็นจริงด้วยตัวท่านเอง ! พูดให้เข้าใจง่ายๆอีกที คือ “ไม่ต้องการรบกวนใครทั้งสิ้น” ! … อีกอย่าง การเดินทางคนเดียวมันสะดวกกว่า

เพราะไม่ต้องห่วงใคร ไม่มีภาระที่มันจะเป็นพันธนาการใดๆให้กังวล… ไม่งั้นก็คงไม่เป็นฤาษีบ้าง ดาบสบ้าง นักพรต นักบวชบ้าง คือ แต่ละชาติก็อยู่พรหมจรรย์มาเป็นส่วนใหญ่ (เพื่อให้เข้าใจง่ายคือ…ก็อยู่เป็นโสดมา

เป็นส่วนใหญ่ยาวนาน ) และก็มาเกินครึ่งทางแล้ว… กระทั้งถึงวันที่ได้รับการรับรองจากพระสัมมาสัมพุทธเจ้า! ก็มาคนเดียวได้เ! …ความสำเร็จจะเป็นจริงอย่างแน่นอนแล้วด้วยกำลังของท่านเอง…

แล้วท่านจะต้องการใครมาเพิ่มในแผนงานชีวิตอันสำคัญนี้! เพื่อ… !!!  … คือ ถ้าเป็นเราก็คงจะอารมณ์อะไรประมาณนี้นะคะ

… ฉะนั้น, เมื่อได้ยิน ดรุณีงามสุมิตตา อธิษฐานจิตดังนั้น สุเมธดาบส ก็หันมาทันที ! ( คิดว่า…อารมณ์ท่านคงแบบ Surprise!…อ้าวน้องหญิง!…ไม่ถามกันก่อนเลยฤาไร!? ) … และแล้วท่านก็กล่าวด้วยจิตเมตตาว่า…

“ แม่นางผู้เจริญ เธออย่าอธิษฐานเช่นนั้นเลย ๔ อสงไขยแสนกัปป์นับเป็นเวลาที่ยาวไกล มีทุกข์ภัยอีกมากมายรอเธออยู่ เธอจะเป็นเหมือน ลูกเนื้อตัวน้อยพลัดฝูงที่ถูกพยัคฆ์จ้องตะปบอยู่ร่ำไป เธอจะเป็นเหมือนท่อนไม้

ที่ถูกคลื่นซัดสูงต่ำและล่องลอยเคว้งคว้างไปซ้ายไปขวาอยู่กลางมหาสาครหาฝั่งไม่พบ… ดรุณีน้อย เธอต้องเกิด ต้องพลัดพรากจากสิ่งที่รัก ต้องเสียน้ำตา เมื่อประจวบกับสิ่งที่เป็นทุกข์ซ้ำแล้วซ้ำเล่าชาติแล้วชาติเล่า

ซากศพของเธอนำมากองสูงถึงยอดบรรพตนั่นยังไม่ถึงกัปหนึ่งเลยเธอควรคิดให้ดีว่า ๔ อสงไขยแสนกัปนั้นจะนานขนาดไหน แม่นางน้อยเอยเธอควรปรารถนาบรรลุธรรมที่พระพุทธองค์ทรงบรรลุแล้วเสียในชาตินี้

เร่งก้าวข้ามโอฆะให้ถึงฝั่งโน้นจึงประเสริฐกว่า”

… เห็นไหมคะว่า พระโพธิสัตว์ ท่านรู้ดีว่าหนทางที่ท่านจะไปมันเป็นอย่างไร และท่านก็ไม่ได้ต้องการให้ใครมาลำบากด้วย! … ท่านบอกให้ สุมิตตาพราหมณ์ ที่เมื่อพบพระพุทธเจ้าแล้ว ก็ควรตั้งใจปฏิบัติธรรมเพื่อ

ให้บรรลุธรรม ก้าวข้ามห้วงทุกข์ ตามพระพุทธเจ้าเข้าพระนิพพานไปเถิด… อย่ามาลำบากกับหนทางที่แสนยาวไกลกับท่านเลย! … นี่ก็เป็นความรักความห่วงใยความปรารถนาดีที่สุเมธดาบสมีต่อสุมิตตาพราหมณี

ด้วยความจริงใจ … แต่! ดรุณีน้อยสุมิตตาพราหมณ์ … เธอยืนยันความจริงใจของเธอในบัดนั้นเช่นกันค่ะ ด้วยถ้อยวาจาอันฉลาดกล้าหาญว่า …  “ท่านดาบสอย่าห้ามดิฉันเลย ท่านดาบสเป็นผู้มีบุญบารมี หากแม้นท่าน

ติดตามพระทศพลไปบวช ท่านก็คงสามารถก้าวข้ามสงสารได้ในเร็วพลัน แต่ท่านกลับละทิ้งโอกาสนี้เพราะมีจิตเป็นกุศลจะช่วยเหลือสรรพสัตว์ ส่วนดิฉันแม้เป็นหญิงก็มีจิตเป็นกุศล ฉันนั้นเหมือนกัน ความปรารถนา

ของดิฉันนี้มิได้มีใครบังคับหรือขอร้อง ดิฉันปรารถนาด้วยตัวของดิฉันเอง ท่านจงรับความปรารถนาอันเป็นกุศลของดิฉันด้วยเถิด”

เห็นปฏิภาณและความเด็ดเดี่ยวของเธอไหมคะ! … ประโยคสุดท้ายนั่น…เป็นเธอนะคะ! ที่ตัดสินใจเรื่องนี้! “…จงรับความปรารถนาอันเป็นกุศลของดิฉันด้วยเถิด” … จบข่าว!

… คือ สุเมธดาบส ณ จุดนั้น มองกันตรงไปตรงมา แบบ Real Life แล้ว… ตกอยู่ในสถานการณ์ที่ไม่มีทางเลือกเลยนะ … คิดดูสิถ้าเป็นเราจะรู้สึกยังไง คือ … จะถามก่อนหน่อยไหมว่าต้องการเพื่อนร่วมทางหรือเปล่า ?

ก็ไม่ถาม! รู้จักกันมาก่อนหรือ ก็ไม่เลย ! … แล้วนี้จะขอไปด้วย ก็ไม่บอกไม่กล่าวไม่เกริ่นไม่คุยกันเลย! … อยู่ๆก็มากลางอากาศเลย! และจะไปให้ได้ด้วย ! … แบบว่าเหมือนถูกบังคับให้ต้องรับเลยงานนี้! …

… เมื่อยืนยันกับสุเมธดาบสอย่างนุ่มนวลหนักแน่น เธอก็หันไปทูลถามพระสัมมาสัมพุทธเจ้าว่า ความปรารถนาของเธอจะเป็นผลสำเร็จหรือไม่ ! … เห็นไหมคะ, ดรุณีน้อยทรามวัยไม่ได้มาเล่นๆ!

พระทีปังกรพุทธเจ้าก็ทรงตรวจดู สุมิตตาพราหมณี ด้วยพระสัพพัญญุตาญาณแล้วตรัสวาจาพยากรณ์ว่า “ดูกรฤๅษีผู้ใหญ่ ธรรมทั้งหลายมีใจเป็นใหญ่ มีใจเป็นหัวหน้าสำเร็จแล้วด้วยใจ ความปรารถนาโพธิญาณของท่าน

จักสำเร็จด้วยใจอันเป็นมหากุศลฉันใดความปรารถนาของอุบาสิกาผู้นี้ก็จักสำเร็จเพราะ ใจอันเป็นมหากุศลฉันนั้น”     … พลังบวก เสมอกัน!

ตรงนี้, เราจะเห็นความจริงอย่างหนึ่งที่จริงเสมอแบบไร้กาลเวลา นั่นคือ “อานุภาพของใจมนุษย์”  ( บวกกับ อานุภาพของบุญที่ได้ทำกับพระสัมมาสัมพุทธเจ้า สิ่งที่ปรารถนา จึงเป็นผลสำเร็จในทุกประการ !)

… ถึงตอนนี้อาจกล่าวได้ว่า โลกของสุเมธดาบส เปลี่ยนไปปานกลางถึงมากมาย! ฟังจากน้ำเสียงของท่านแล้ว เราจะรู้สึกสัมผัสได้ว่าท่านเป็นกังวลไหมคะ เพราะไม่ใช่สิ่งที่คิดที่หวังว่าจะมาเจอ…

( แต่ขอทวนอีกครั้งนะคะว่า สุเมธดาบส ไม่ได้รังเกียจ สุมิตตาดรุณีนะ  ทบทวนอีกครั้งว่า … ท่านไม่ได้ต้องการให้ใครไปลำบากกับท่าน! )

… พระทีปังกรสัมมาสัมพุทธเจ้า … จึงตรัสปลอบใจสุเมธดาบส ให้คลายกังวลประมวลความว่า … สุมิตตาดรุณี นี้ ก็เป็นคนดี สั่งสมบุญมามาก มีคุณธรรมเสมอกันกับท่าน มีคุณสมบัติที่ดี จะสามารถเป็นกัลยาณมิตรเป็น

เพื่อนร่วมทาง ช่วยเหลือท่านได้เป็นอย่างดี   หรืออีกนัยยะหนึ่ง คือ …หนทางที่แสนยาวไกลถ้ามีเพื่อนร่วมทางคอยช่วยเหลือกันได้ ก็เป็นการดีได้อีกนะ … ทำนองนี้

… เมื่อพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ตรัสดังนั้นแล้ว สุเมธดาบส ก็เป็นอันว่า… รับดรุณีน้อยผู้นั้น! โดยดุษฎี! …แบบเจอคำตอบแบบนี้…เลยหมดคำถาม !!!

… เอาล่ะ, เมื่อสิ่งที่เรียกว่ารักเกิดขึ้นแล้ว ! … It’s HAPPENed !!!   เราตามไปดูว่า ทั้ง 2 ท่าน รักกันอย่างไร ดูแลช่วยเหลือกันอย่างไร ?  ประคับประคองความรักกันอย่างไร ? ถึงได้เป็น “รักแท้ 4 อสงไขย + แสนกัปป์”

จูงมือคว้าชัยชนะแห่งชีวิตร่วมกันได้อย่างสง่างาม เรียกว่ารักลึกซึ้งถึงพระนิพพาน! ได้อย่างไร … ใครอยากได้ “รักแท้” ( เอาว่า, ไม่ต้องเป็นอสงไขยก็ได้ค่ะ, ให้ชาตินี้ดูดีก็หรูแล้ว ! ) มาดูกันว่า มีอะไรที่เป็นพลังงานดีๆ

ที่เป็นคุณสมบัติของ “รักแท้” บ้าง การ Observe จากกรณีศึกษาทำให้เราได้เห็นในเบื้องต้นว่า …  คู่รักนั้น ต้อง …

1.เป็นคนดี … คือ เป็นคนยังไง ?

1.1 ศีล 5 ครบ ! แปลว่า “เป็นมนุษย์ปกติ” ( ความรักทุกวันนี้ที่เราเจอก็ไปดูกันเอาเองว่า คุณสมบัติ Basic ข้อแรกนี้ สอบผ่านไหม ? มีหรือยัง ? เป็นมนุษย์กันครบไหม ? ถ้าไม่มี เป็นอันจบ! ไม่ต้องโทษใคร!…

เพราะมันก็จะไปเจอลักษณะสัตว์ๆ เหมือนกัน ( ไม่ได้พูดว่าเลวนะ ) แต่เพราะสัตว์ไม่มีศีลไงคะ ไม่รู้กติกา มั่วกันไปเรื่อยตามฤดูกาล … มีสำนวนฝรั่งเศสเขาพูดถึงความรักไว้อย่างหนึ่งว่า … l’amour c’est comme des animaux, ils ne connaissent pas la loi … ว่า ความรักเหมือนสัตว์ คือ มันไม่รู้กฎ ไม่รู้กติกา ( ประมาณว่า มันเป็นอารมณ์ล้วนๆ )… คราวนี้ก็ลองคิดดูว่า … เมื่อคนไม่มีศีลมีความรักใคร่เสน่ห์หาเข้าไปอีก … แปลว่า

ก็เป็นอาการสัตว์ยกกำลัง 2 เลย … เพราะลำพัง อารมณ์รักเข้านิมันก็ไม่ฟังสมองเราอยู่แล้วนะ มันเป็นอะไรที่ตัวเราเองก็ไปกำหนด ไปกำกับเขาไม่ได้ จะบอกว่า…เฮ้ย!รักคนนี้ไม่ได้นะเขามีคนรักของเขาแล้ว! หรือ

รักคนนี้เถอะยังว่าง ! … เคยตกลงกับตัวเองได้ไหม?! บางทีหรือหลายคน คงได้งงมาแล้วกะอาการแบบ… สะดุดคนที่ไม่คาดคิดว่าจะสะดุด! ยิ่งบอกให้หยุด! มันยิ่งไปกันใหญ่! … เนี้ยะ! ฝรั่งเขาเลยว่า…

ความรัก มันเหมือนสัตว์ มันไม่รู้กติกา! … คราวนี้คิดต่อไป…เมื่อคนที่มีความรักก็ไม่มีศีลเข้าไปอีก ! … ชีวิต! มันก็ไม่ต่างจากไก่กาหมาแมวกันละทีนี้! … ฉะนั้น ก่อนจะโยนโทษให้โลก! … ไปเชคตัวเองก่อนว่าคุณสมบัติ

ที่มี มนุษย์ หรือ ลูกครึ่ง หรือ ความเป็นมนุษย์หายไปจากจิตวิญญาณแล้ว! เพราะ เมื่ออารมณ์ความรู้สึกมันกำกับไม่ได้ สิ่งที่ต้องมีคือ “ศีล” ต้องเป็นมนุษย์ ต้องเคารพกติกา! … นี่ธาตุ Basic … เชคเอง

1.2 เป็นสัมมาทิฏฐิ คือ อะไร? คือ เข้าใจชีวิต และ เข้าใจโลกตามความเป็นจริง ! จะได้ใช้ชีวิตได้ถูกทาง เมื่อพาชีวิตไปถูกทางได้ แปลว่า ความรัก ก็จะไปถูกทางด้วย ! เพราะความเข้าใจดังกล่าวแปลว่า คนผู้นั้น

เป็นคนมีปัญญา รู้ว่าอะไรดี อะไรชั่ว รู้ว่าอะไรบุญ อะไรบาป อะไรควร ไม่ควร … มีปัญญาสามารถตรองได้อย่างชัดแจ้งในเหตุและผลว่า…ทำดีได้ดีอย่างไร ทำชั่วได้ชั่วอย่างไร … เข้าใจสรรพสิ่งแบบลึก กว้าง ไกล…

รู้จักโลกนี้ โลกหน้า นรก สวรรค์ ภพสาม โลกันต์ … ถ้าข้อนี้ชัด แสงสว่างของรักแท้ก็ทอประกายเหมือนแสงตะวันของรุ่งอรุณวันใหม่ละ คือ หวังได้ !

2. รักในการทำความดี … คนเราจะไปไหนด้วยกัน มันต้องชอบเหมือนกัน ( อันที่บอกว่ารักกันเพราะความแตกต่างน่ะ ไม่หรอก, คุณต้องมีสิ่งสำคัญบางอย่างที่เหมือนกัน ที่มันเป็น ธาตุแท้ที่ดึงดูดคนเข้าหากัน…)

ข้อนี้สำคัญ คนที่รักการทำความดี จะเป็นคนที่มีพลังใจ มีปัญญาดี เฉลียวฉลาด กล้าหาญ จิตใจดี ใจกว้าง …มีคุณสมบัติดีๆ อีกมากมาย … ที่จะทำชีวิตในแต่ละวัน ละปี ละชาติให้ดีขึ้น แล้วก็สนับสนุนเป็นกำลังใจ

ให้คนที่รัก ตลอดทั้งเพื่อนพ้องน้องพี่ทำดี มีชีวิตดีไปด้วย และแน่นอน มันคนละปลายทางกับ ที่ชอบทำชั่วแน่ๆ … ฉะนั้นไปดูชีวิตตัวเองว่า เรากับคนที่เรารักพากันทำอะไรให้กับชีวิตและความรัก? … สิ่งที่กำลังทำอยู่

มันเป็นสาระที่ดี หรือสาระที่เลว ต่อชีวิตและความรัก … ประการนี้ก็ให้ไปพิจารณากันเองนะคะ …แล้ว เราจะได้คำตอบว่า พลังงานที่อยู่เบื้องหลังความเป็นไปของชีวิตและความรักมันคือ พลังบวก หรือ พลังลบ

ก็จะได้ช่วยกันปรับ ช่วยกันแก้ ช่วยกันสร้างให้มีแต่พลังบวกๆ ดีๆ ขับเคลื่อนความรักให้เป็นรักแท้ได้ !

3. คุณสมบัติเหล่านี้ต้องมีในเส้นทางที่เดินร่วมกัน

3.1  มีความจริงใจ คือ เป็นคนจริง… จริงต่อตัวเอง จริงต่อคำพูด จริงต่อการงาน จริงต่อเวลาในชีวิต จริงต่อผู้อื่น สำหรับความรัก คือ รักจริง จะทำ จะพูด จะไป จะมา จะต่อหน้า ลับหลัง ก็ซื่อตรงต่อกัน แบบนี้สบายใจ

มีความสุขกันทั้งสองฝ่าย แต่ถ้าไม่จริงเมื่อไหร่! หน้าอย่าง หลังอย่าง … มันก็ได้ดราม่าโอละพ่อละแม่ อย่างที่เห็นกันเกลื่อนนั้นแหล่ะค่ะ ท่านที่รัก ฉะนั้น… จริงใจดีกว่าอย่ามีเล่ห์กล !

3.2  มีน้ำใจต่อกัน ช่วยเหลือ เอื้อเฟื้อกัน ( คงไม่ต้องบอกใช่ไหมคะ ว่าถ้าคนรักกันไม่ช่วยกัน แล้วมันจะเหลืออะไร ! )

3.3  พูดจาภาษาคนรักกัน คำพูดที่จริงใจ ไม่โกหก ไม่เล่นเล่ห์หลอกลวงกัน คำพูดที่สุภาพ น่ารักน่าฟัง เพราะภาษาเป็นการสื่อสารสำคัญที่จะถ่ายทอดความรู้สึกรักให้อีกฝ่ายหนึ่งรับรู้เข้าใจและนำไปสู่บรรยากาศดีๆ

ห้อมล้อมชีวิตและความรักของคุณให้งดงาม ( แต่ทุกวันนี้ เท่าที่ได้ยินบ้างก็คุยกับคนรักแบบ…กูๆ มึงๆ กิ้งก่า จระเข้ คลานยั่วเยี้ยอยู่ในถ้อยจำนรรจาซะ! … คุณภาพความรักมันก็เป็นไปตามภาษาอาการกิริยา

ที่แสดงออกต่อกันด้วยนะคะ…เพราะฉะนั้นทำให้มันดีในทุกส่วนของความรักนะคะ )

3.4 มีประโยชน์ต่อกันและกัน ทำตัวให้มีประโยชน์ช่วยเหลือกันในกิจธุระต่างๆ ซึ่งสิ่งเหล่านั้นมันจะทำให้คุณเห็นน้ำใจ ใกล้ชิด สนิทผูกพันกันดีงามยิ่งๆ ขึ้นไป ช่วยกันทำมาหาสร้างฐานะสร้างชีวิตช่วยกัน….

คุณก็จะยิ่งรักยิ่งสมัครสมานสามัคคี ฉะนั้น รักกัน อย่าเอาเปรียบกัน อย่าดูดาย อย่าปล่อยปละละเลย จงมีทำประโยชน์ให้กันและกัน เพราะคำว่า ประโยชน์ มันหมายถึง คุณภาพ และ คุณค่า ขึ้นชื่อว่า คุณภาพและคุณค่า

ใครๆ ก็ย่อมรักย่อมภูมิใจย่อมอยากทนุถนอม จริงไหมคะ ?

3.5 เสมอต้น เสมอปลาย วันแรกรักกันยังไง 10 ปี ผ่านไป ก็รักกันอย่างนั้น … เคยทำดีต่อกันอย่างไร ก็ทำดีต่อกันอย่างนั้น สิ่งนี้จะทำให้ความรักใหม่อยู่เสมอ แบบนี้โลกก็สดใสมีชีวิตชีวาน่าอยู่ทุกวัน

มันก็เป็นอะไรที่ช่วยให้สบายใจ สุจใจ มั่นใจ จริงไหมคะ ?

3.6 รู้จักอดทน ข้อนี้สำคัญมาก! ต่อให้รักกันปานจะกลืน แต่สอบตกบทนี้ก็ไม่ต้องแจวต่อ! เพราะทุกคนไม่สมบูรณ์ ข้อดีแม้มีมาก แต่ข้อที่ยังอ่อนด้อยก็ยังมีอยู่ ฉะนั้น ความพลาดพลั้ง พลาดเผลอ อาการหลุด

อาการลั้น ความไม่ถูกใจสารพัด ยังไงเจอแน่ๆ ! และมันเกิดขึ้นได้ด้วยสารพัดสาเหตุ เพราะชีวิตมันไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบก็รู้กันดี วันที่รักกันดีก็ยังมีความสุขด้วยกันได้ แล้วทำไมวันที่รักไม่ราบรื่น ไม่คิดที่จะอดทน

ประคับประคองแก้ไข ? ประการนี้ต้องคิดถามตัวเองให้ชัดๆ! ถ้าทำไม่ได้ ก็ไม่ใช่ของแท้ละ! ก็โบราณว่าทองแท้ทนไฟได้ รักแท้ก็ต้องอดและทนกันได้! ไม่ใช่จะเอาแต่สุขแต่ที่ชอบใจอย่างเดียว ถึงคราวทุกข์คราวสะดุด

พลาดพลั้งไม่ว่ามันจะเกิดจากอะไร ก็ต้องอยู่ร่วมต้านช่วยกันได้! ถ้า อดทน ไม่ได้ก็แพ้ไป!  …  แล้วโลกมันเป็นอะไรก็ไม่รู้นะ คือ ถ้าคุณได้แพ้ครั้งที่หนึ่งแล้ว ครั้งต่อไปยากมากที่จะชนะได้ นั่นแปลว่า

รักแท้ที่คุณปรารถนาก็จะยากขึ้นไปอีก ยิ่งสอบตก ความยากก็ยิ่งทวีขึ้นไปอีก แต่ถ้าคุณชนะได้ครั้งหนึ่ง ครั้งต่อไป คุณก็จะสอบผ่านได้อีก ! … เหมือนกับว่า ถ้าคุณทำได้! จักรวาลจะเพิ่มพลังดีๆให้ชีวิตจิตใจคุณยิ่ง

แข็งแกร่ง และชนะในด่านต่อไปได้เรื่อย ๆ ! … ฉะนั้น … อดทน !  Tips : สำหรับหลายคนที่อาจจะรู้สึกว่า อดทน มันเป็นเรื่องยาก จะบอกทริคให้ค่ะ แล้วคุณจะไม่รู้สึกว่าคุณต้องอดทน … คือ ก็แค่ทำความเข้าใจอีกคน

แค่นั้นแหล่ะว่า ทำไมเขาจึงทำอย่างนั้น ทำไมเขาเป็นแบบนั้น “ความเข้าใจ” ในเหตุและผลของเขา มันจะทำให้คุณไม่ต้องใช้ความอดทน และ ถ้า รักที่คุณมี มันคือ รักแท้ มันจะทำให้คุณ …

3.7 เสียสละ ข้อนี้มันก็ใหญ่มาก! ในที่นี้มี 2 ประการ คือ 1. สละความขุ่นมัว ความไม่พอใจ สละอารมณ์ที่ไม่ดี ปลดทิ้งพลังลบๆ ที่มันจะบ่อนทำลายชีวิตจิตใจและความรักของคุณออกไปซะ อย่าเอามาถือหรือแบก

หรือเอามาเป็นโจทย์คิดบัญชีกับความรักของคุณ พูดง่ายๆคือ อย่าเอาความเลวร้ายมาแลกกับความรักของคุณ … สรุปง่ายๆ ข้อนี้ คือ ความสามารถที่คุณจะให้อภัยซึ่งกันและกันได้ ! 2. เสียสละความสุขส่วนตัว

ช่วยเหลือซึ่งกันและกัน มันดีแน่ละ ถ้าคุณจะนั่งเล่นกับหมาชิลล์อยู่ข้างที่รัก แต่มันจะน่ารักมากหากคุณช่วยภรรยาของคุณกวาดบ้านถูบ้านจัดบ้านช่วยเธอบ้าง หรือ ช่วยเหลือ เอื้อเฟื้อกันในเรื่องอื่นๆเรื่องเล็กๆน้อยๆ

ถึงเรื่องใหญ่ๆสำคัญๆ ไม่ปล่อยให้อีกฝ่ายสู้ชีวิตอยู่ลำพังแบบที่เขาว่า มีคนรักก็เหมือนไม่มี! หรือ มีแฟนก็เหมือนไม่มี! …อ้าว! เออก็แปลกแต่จริง ! … ฉะนั้น เสียสละเพื่อกันและกัน สำคัญ!มากค่ะ

และก่อนจากวันนี้, เราลองทบทวนถ้อยคำของสุเมธดาบส ที่กล่าวแก่สุมิตตาดรุณี นะคะ … ความทั้งหมดคือ… เส้นทางต่อจากนี้ไป มีแต่ความยากลำบาก และเธอก็ต้องพบกับความทุกข์ ความพลัดพราก

เธอต้องร้องให้ ต้องตาย ต้องอะไรสารพัด … ที่ไม่มีคำไหนเลยที่บอกว่าจะเป็นความสุข! เห็นกันชัดๆเลยว่า…ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบเลยแม้แต่กลีบเดียว!!! …

แล้วสุมิตตาว่า อย่างไร…เธอพร้อมที่จะเผชิญกับความทุกข์ยากเหล่านั้น!!! … คือ เธอก็ไม่ได้มาจะไปกับคนที่รักเพื่อแสวงหาความสุขหรือเพื่อผลประโยชน์อะไรสำหรับตัวเธอเอง!

… แต่ เธอเข้ามาเพื่อจะเป็นเพื่อนที่พร้อมจะลำบากไปด้วยกับคนที่เธอรักในทุกรูปแบบ! เพื่อช่วยให้คนที่เธอรักไปถึงเส้นชัยที่เขาใฝ่ฝัน!

มาถึงตรงนี้  เราจะได้คำตอบที่ชัดแจ้งในประการสำคัญหนึ่งแล้วนะคะว่า รัก กับ หลง ต่างกันอย่างไร ! 

รัก คือ มันเกิดขึ้นจากเหตุและผลของความดี ตั้งอยู่และเป็นไปด้วยสติปัญญานอกจากจะมั่นคงแล้ว มันไม่มีวันตาย !

ส่วน หลง คือ มันเกิดขึ้นจากเหตุและผลของความเห็นแก่ตัว ต้องการหาความพึงพอใจให้แก่ตัว และอาจสามารถกล่าวได้ว่าวิถีของมันก็วนๆอยู่ใกล้กับคำว่าชั่วได้อีกด้วย!…ถ้าไม่เป็นการเกินไปก็สามารถกล่าวได้ว่า…

หลง …มันเกิดขึ้นจากเหตุและผลของความชั่ว!(กิเลสตัณหาราคะกามคุณ…จะไปทิศทางนั้น)

เป็นอย่างไรบ้างคะ ? ดังที่กล่าวมานี้, เป็นเบื้องต้น! นะคะ  วันนี้เราพักเรื่องเพื่อทบทวนกับตัวเราเองไว้เพียงเท่านี้ก่อน  อย่างมาก, เราก็ได้ Know How แล้วว่า … คุณสมบัติเหล่านี้จะทำให้ความรักของคุณ

เป็นความรักที่น่ารัก นำไปสู่ความรักที่มั่นคงยืนนาน เป็นรักแท้ ได้แน่นอน  … ตอนต่อไป เราไปแกะรอยรหัสลับรักแท้กันต่อค่ะว่า Key สำคัญที่ทำให้ ‘รักนี้’ เป็น “รักนั้นนิรันดร” !, อะไรคือสิ่งที่อยู่เบื้องหลัง!

… รู้แล้วจะได้หายงงไงคะว่า  … “ความรักเป็นอะไรไป” … ?!

by  ศิริกัลยา

Facebook Comments

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *